ตามล่ายึดทรัพย์ ‘รถหรู-ทอง’ กว่า 190 ล้าน ศิษย์พระวันรัต ปลอมลายเซ็นยักยอกเงิน

4.04.22 | 07:16 น.

ตามล่ายึดทรัพย์ ‘รถหรู-ทอง’ กว่า 190 ล้าน ศิษย์พระวันรัต ปลอมลายเซ็นยักยอกเงิน

เมื่อวันที่ 4 เมษายน กรณีมีการยักยอกเงินจากบัญชีของวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสาขา หลังจากสมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศมรณภาพ เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่าสำนวนคดีดังกล่าวเป็นลูกศิษย์คนสนิทรายหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระวันรัต เคยเป็นไวยาวัจกร ก่อนจะจับกุมตัวมาได้เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 มีนาคม พนักงานสอบสวนกองปราบได้ดำเนินการออกหมายจับ นายเนย (นามสมมุติ) สามารถจับกุมตัวนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว จากการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาพบทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อาทิ รถยนต์หรู เบนท์ลีย์ ปอร์เช่ วอลโว่ บีเอ็มดับเบิลยู เลกซัส, เงินสด, เงินฝากในบัญชี, อสังหาริมทรัพย์, กระเป๋าแบรนด์เนม, พระเครื่องทองคำ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาได้อาศัยช่วงที่ สมเด็จพระวันรัตอาพาธ รักษาโรคมะเร็งอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นและการทำธุรกรรมอื่นๆ โยกย้ายทรัพย์สินไปเป็นของตัวเองกว่า 190 ล้านบาท และอาจจะมีมากกว่านี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ หลังจากพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลในการฝากขังครั้งแรก เหตุในการค้านประกันเนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินกระทำความผิดมีมูลค่าสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังชุดสืบสวนได้จับกุมตัวนายเนย ได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างกับชุดสืบสวนว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่สมเด็จพระวันรัตมอบให้ไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ได้ฉ้อโกง แต่หลักฐานที่ทางวัดมอบให้กับตำรวจนั้น ชัดเจนว่าเป็นเงินได้จากการกระทำความผิด เพราะเป็นเงินถูกโอนจากบัญชีวัดมาเข้าบัญชีส่วนตัวของนายเนย เบื้องต้นจึงดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้รวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกง, ลักทรัพย์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และฟอกเงิน ขณะนี้ชุดสืบสวนกองปราบฯกำลังสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายเนย ร่วมกับ ป.ป.ง. เพื่อนำทรัพย์สินมาคืนวัด

รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า คดีนี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นายเนยใช้อุบายหลอกลวงให้สมเด็จพระวันรัตลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน จากนั้นได้นำใบถอนเงินฉบับดังกล่าวมาเขียนจำนวนเงินตามที่ตนเองต้องการ แล้วนำไปแสดงต่อพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดวชิรธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคมนายเนยยังคงใช้อุบายหลอกลวงให้สมเด็จพระวันรัตลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน แล้วนำมาเขียนจำนวนเงินตามที่ตนเองต้องการอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้ได้มอบหมายให้ผู้ใกล้ชิดของสมเด็จพระวันรัตอีกคนหนึ่งเป็นผู้นำใบถอนเงินฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อพนักงานธนาคาร เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดวชิรธรรมาราม แล้วให้ผู้ได้รับมอบหมายทำธุรกรรมซื้อแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายให้แก่นายเนย ก่อนฝากเข้าบัญชีเงินฝากของตนเอง

Advertisement

ต่อมาวัดวชิรธรรมารามได้ตรวจพบการทุจริตของนายเนย จึงร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เพื่อให้ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ทางวัดบวรนิเวศวิหารเชื่อว่านายเนยน่าจะทุจริตเอาเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดของวัดบวรนิเวศวิหารไปด้วย

พระธรรมวชิรญาณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุติ) จึงมีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของสมเด็จพระวันรัต จากการตรวจสอบพบว่าเมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2564 นายเนยได้นำสมุดบัญชีเงินฝากจำนวนหลายเล่ม และบัตรประจำตัวประชาชนของสมเด็จพระวันรัต พร้อมโทรศัพท์มือถือของนายเนย มามอบให้บุคคลใกล้ชิดของสมเด็จพระวันรัตอีกคนหนึ่ง แล้วสั่งการให้บุคคลดังกล่าวนำไปติดต่อกับพนักงานธนาคาร เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

หลังจากนั้นนายเนยได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสมเด็จพระวันรัต และบัญชีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดบวรนิเวศวิหาร มายังบัญชีเงินฝากของตนเอง เป็นเหตุให้วัดวชิรธรรมารามได้รับความเสียหาย 80 ล้านบาทเศษ และวัดบวรนิเวศวิหารได้รับความเสียหาย 110 ล้านบาทเศษ รวมความเสียหายของทั้งสองวัดเป็นเงิน 190 ล้านบาทเศษ โดยวัดบวรนิเวศวิหารได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายเนยเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
จับคนสนิท ‘สมเด็จพระวันรัต’ อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรฯ ยักยอกเงิน 80 ล้านบาท
เพจดังเปิดภาพ อ้างเป็นคนใกล้ชิด ‘สมเด็จพระวันรัต’ ใช้ชีวิตสุดหรู ซื้อรถแพง-ทัวร์ต่างประเทศ