ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นเวลากว่า 36 ปี ที่คุณยายล่อน เฝ้าดูแลพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เมื่อครั้งที่เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านรักไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทำให้คุณยายล่อนได้ทำกินเลี้ยงตัวเองมาถึงทุกวันนี้ ทั้งที่ไม่รู้หนังสือ
โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ หมู่ที่ 7 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก จะมีพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านรักไทยเมื่อปี 2523 ซึ่งมีคุณยายล่อน มีเมตตา อายุ 63 ปี เฝ้าดูแลเช็ดถูทำความสะอาด และนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มาประดับเพื่อต้องการให้คนที่พบเห็นได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย

โดยในทุกวันคุณยายล่อนจะหาเวลามาทำความสะอาดรอบพลับพลาที่ประทับแทบทุกวัน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด โดยคุณยายล่อนกล่าวว่า ที่ทำทุกวันนี้เพราะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ทำให้ตน จากคนที่ไม่รู้หนังสือสามารถมีชีวิต มีที่ทำกิน และอยู่อย่างเป็นสุขมาตลอดเป็นเพราะพระองค์ท่านได้ส่งเสริมเรื่องที่ทำกินแก่ผู้ที่ยากไร้ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมาที่บ้านรักไทยก็สร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แม้ช่วงนั้นยังมีการปะทะกับกลุ่มคอมมิวนิสต์พระองค์ก็ยังเสด็จมาเยี่ยมเยื่อนราษฎรและมีโครงการสร้างที่ทำกินให้กับผู้ที่ยากไร้ โดยคุณยายล่อนก็เป็นหนึ่งในราษฎรที่ย้ายขึ้นมาทำกินเมื่อปี 2523

นอกจากนี้คุณยายล่อนยังเคยได้รับกระบือพระราชทานให้มาเลี้ยงชีพ ทำให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ดังนั้นการมาดูแลพลับพลาที่ประทับที่พระองค์เคยเสด็จเป็นแค่เศษเสี้ยวที่ทำได้และคุณยายล่อนก็มีความสุขที่ได้ทำ และจะทำไปตลอดจนชีวิต เพราะรักและเทิดทูนพระองค์ ทุกวันนี้ยังคิดเสมอว่าพระองค์ไม่จากไปไหนแต่อยู่ในใจยายและทุกคนเสมอไป
สำหรับพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้มีการการปรับปรุงซ่อมแซมมาแล้ว 2 ครั้ง ปัจจุบันเริ่มทรุดโทรมลงตามลำดับแต่ก็ได้รับการดูแลจากคุณยายล่อนและชาวบ้าน เพราะเปรียบเสมือนเป็นหัวใจศูนย์รวมของประชาชนบ้านรักไทย

