โผล่อีกตัวละคร ส่อยักยอกเงินวัด เป็นลูกศิษย์เหมือน “เนย” พบอดีตไวยาวัจกรโอน 32 ล้านบาท

7.04.22 | 12:07 น.

เผยตัวละครใหม่ส่อเอี่ยวยักยอกเงินวัด ลูกศิษย์ เหมือน ‘เนย’ พบหลักฐานอดีตไวยาวัจกรโอนเข้าบัญชีตนเอง 32 ล้าน


ความหน้ากรณีการยักยอกเงินจากบัญชีของวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดวชิรธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นวัดสาขาหลังจาก สมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรฯ มรณภาพเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ไปใช้ส่วนตัวเป็นเงินกว่า 190 ล้านบาท ทางตำรวจกองปราบปรามฯจึงจัดทีมลุยสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าผู้ที่กระทำการยักยอกเงินวัดไปนั้นคือ นายเนย ลูกศิษย์คนสนิทรายหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระวันรัต และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร ก่อนนำกำลังติดตามจับกุมตัว พร้อมกับตรวจยึดรถหรูจำนวน 9 คัน รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกหลายรายการรวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น

รายงานข่าวจากกองปราบปรามเมื่อวันที่ 7 เมษายน เปิดเผยว่า ภายหลัง พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พร้อมทีมคณะพนักงานสอบสวนกองปราบ ชุดคลี่คลายคดี ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดสาขา 2 แห่งใน จ.ตราด ประกอบด้วย วัดรัตนวราราม และวัดคีรีวิหาร พร้อมกับสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวานที่ผ่านมา (6 เมษายน) หลังพบว่า นอกจากการทุจริตเงินวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดวชิรธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 190 ล้านบาท ที่ตรวจพบก่อนหน้านี้แล้ว นายเนยยังมีการทุจริตเงินงบประมาณจัดสร้างวัดรัตนวราราม และงบจัดสร้างโรงเรียนวัดคีรีวิหาร เพิ่มเติมอีกประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบดังกล่าว พบหลักฐานสำคัญทางคดีหลายอย่าง โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินของวัดสาขาทั้ง 2 แห่งนี้ ที่มีนายเนย และกลุ่มลูกศิษย์วัดบวร จากส่วนกลางของเป็นผู้บริหารจัดการเรื่องการเงิน

ข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบขณะนี้พบหลักฐานแน่ชัดแล้วว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องจนถึง ต้นปี 2565 นายเนยได้มีการโอนเงินจากบัญชีวัดรัตนวราราม และวัดคีรีวิหาร เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 32 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่โอนจากวัดรัตนวราราม 20 ล้านบาท และเงินที่โอนมาจากวัดคีรีวิหาร 12 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อตามหายอดเงินส่วนที่เหลือ

Advertisement

ข่าวแจ้งว่า ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวยังเตรียมขยายผลตรวจสอบข้อมูลการเบิกถอนเงินจากบัญชี หรือการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ของวัดทั้ง 2 แห่งอย่างละเอียด เนื่องจากพบความผิดปกติบางอย่าง หลังพบว่าเงินของวัดบางส่วนถูกโอนเข้าสู่บัญชีของบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระวันรัตเช่นเดียวกับนายเนย และอยู่ในกลุ่มของคณะลูกศิษย์จากส่วนกลางที่เข้ามาบริหารเงินของวัดทั้ง 2 แห่ง ทั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวถูกเบิกถอนไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด และมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตเงินของวัดร่วมกับนายเนยหรือไม่ ซึ่งหากพบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือทุจริตเงินของวัดจริง ก็อาจมีการพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบุคคลดังกล่าวอีกด้วย