ทลายแก๊งค้าประเวณีออนไลน์ อึ้งแม่แท้ๆ บังคับลูกตัวเองขายบริการ จ่อหมายจับ ‘วีไอพี’ ลูกค้า

8.04.22 | 09:29 น.

ปคม.เปิดยุทธการ ‘ดาวลูกไก่’ ทลายเครือข่ายค้ากามเด็กหญิงออนไลน์ อึ้งหัวโจกเป็นแม่แท้ๆ บังคับลูกค้ากาม จ่อหมายจับ ‘วีไอพี’ ลูกค้า

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 เมษายน พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.2 บก.ปคม., พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.3 บก.ปคม. พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม ผกก.4 บก.ปคม. พ.ต.อ.อดิศร สุวรรณรักษ์ ผกก.6 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. เปิดยุทธการ “ดาวลูกไก่” กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.เชียงราย เพื่อกวาดล้างเครือข่ายขบวนการค้าบริการเด็กออนไลน์


สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบติดต่อค้าบริการทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ในพื้นที่ จ.สระบุรี ผ่านทวิตเตอร์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อล่อซื้อ จนพบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง ก่อนให้การช่วยเหลือเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อถูกบังคับให้มาค้าบริการทางเพศได้ 3 คน พร้อมกับนําตัวเข้าระบบการคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์

จากนั้น จึงขยายผลตรวจสอบจนทราบว่า เหยื่อทั้ง 3 ราย ถูก น.ส.นารี หรือนา (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี มารดาแท้ๆ ของเหยื่อรายหนึ่ง ร่วมกับพวก คือ น.ส.นริสา หรือน้อง (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี และ น.ส.ฐิตพัฒน์ หรือไอซ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ทําการล่อลวงเหยื่อจากภูมิลําเนา อ้างว่าให้มาทํางานขายของออนไลน์ใน จ.สระบุรี จากนั้นได้เช่าห้องพักแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรีให้เหยื่อพักอยู่รวมกัน ก่อนข่มขู่บังคับให้ขายบริการทางเพศแก่ลูกค้าที่ติดต่อซื้อบริการผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นก็จะพาไปส่งตามโรงแรม หรือสถานที่ต่างๆ ที่นัดหมายกันไว้ ทั้งในพื้นที่ จ.สระบุรี และต่างจังหวัด รวมถึงยังบังคับให้เหยื่อทั้ง 3 ราย ขายบริการทางเพศทุกวัน หากขัดขืนก็จะถูกด่าทอ ข่มขู่ ไปถึงทำร้าย จนเหยื่อเกิดความหวาดกลัว ยอมทำตาม อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ขายบริการ เหยื่อจะถูกหักเงินค่าหัวคิวครั้งละประมาณ 300-500 บาท

จากการตรวจสอบ พบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดย น.ส.นารี ทำหน้าที่เป็นคนควบคุมสั่งการ ส่วน น.ส.ฐิตพัฒน์ ทำหน้าที่แนะนำหรือหาลูกค้า และ น.ส.นริสา ทำหน้าที่พาเหยื่อไปส่งให้กับลูกค้า จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทําความผิดฐานค้ามนุษย์ จากการค้าประเวณี โดยกระทําแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้า และอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยเป็นธุระจัดหาเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี โดยกระทําแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี และบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทําการค้าประเวณี โดยกระทําแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจารโดยกระทําแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันให้การช่วยเหลือ หรือจัดให้มีการค้าประเวณี, ร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรต่อการกระทําผิด, ร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริม ยินยอม หรือการทําด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก, ร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริม ให้เด็กกระทําการลามกอนาจาร และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไป เพื่อการอนาจาร” จนนำมาสู่การเปิดยุทธการดังกล่าว

Advertisement

สำหรับผลปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวได้ครบถ้วน ทั้ง 3 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวมาทำการสอบปากคำพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนทางกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากคำให้การของผู้ต้องหาและเด็กที่เป็นเหยื่อ พบว่าเครือข่าย “น้องรับงาน” ได้มีการเสนอซื้อขายบริการทางเพศมาเป็นเวลานานเกือบ 2 ปี ทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยหาหลักฐานการติดต่อซื้อขายบริการทางเพศกันทางกลุ่มไลน์และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อเตรียมเอาผิดกับกลุ่มผู้ซื้อบริการ โดยคาดว่าจะมีทั้งชายวัยรุ่นและผู้สูงอายุ ทั้งที่เป็นข้าราชการและคนมีชื่อเสียงในพื้นที่ถูกออกหมายจับหลังจากนี้ด้วย