สปสช.เปิดข้อมูล ‘ช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19’ รวม 1 ปี มีประชาชนยื่นคำร้อง 17,171 ราย เข้าหลักเกณฑ์รับการช่วยเหลือแล้ว 14,034 ราย รวมจำนวนเงินกว่า 1,710 ล้านบาท ภาพรวมส่วนใหญ่เจ็บป่วยต่อเนื่อง 9,938 ราย สูญเสียอวัยวะและมีผลต่อการดำเนินชีวิต 426 ราย และเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 3,670 ราย
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินสถานการณ์โควิด-19 หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจึงเร่งขอให้ประชาชนทั่วประเทศฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้ ยืนยันว่าวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลดำเนินการฉีดให้ประชาชนมีความปลอดภัย แต่ยอมรับว่าในจำนวนผู้เข้ารับบริการอาจมีผู้ที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนได้
นพ.จเด็จกล่าวว่า เพื่อเป็นการดูแลประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 และเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ รัฐบาลจึงมอบให้ สปสช.จัดระบบเพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 โดยตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปี สปสช.ทั้ง 13 เขตพื้นที่ได้เร่งพิจารณาและให้ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
“ที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้รับความเสียหายภายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2565 มีประชาชนยื่นคำร้องเพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งสิ้น จำนวน 17,171 ราย ในจำนวนนี้เข้าหลักเกณฑ์รับการช่วยเหลือจำนวน 14,034 ราย (81.73%) ไม่เข้าหลักเกณฑ์ จำนวน 2,551 ราย (14.86%) และอยู่ระหว่างการรอพิจารณาจำนวน 586 ราย (3.41%) ซึ่งในจำนวนนี้มีการมียื่นอุทธรณ์คำร้อง 995 ราย โดย สปสช.ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วทั้งสิ้น 1,710,258,900 บาท” เลขาฯสปสช.ระบุ
เลขาฯสปสช.กล่าวด้วยว่า จากพื้นที่ยื่นคำร้อง 5 อันดับแรก ได้แก่ เขต 13 กทม. มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุด จำนวน 2,811 ราย รองลงมา เขต 10 อุบลราชธานี จำนวน 1,984 ราย เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 1,809 ราย เขต 8 อุดรธานี จำนวน 1,651 ราย และ เขต 9 นครราชสีมา 1,155 ราย เมื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าผู้ที่ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง จำนวน 9,452 ราย (55.05%) ผู้มีสิทธิประกันสังคม จำนวน 4,061 ราย (23.65%) ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการ จำนวน 3,244 ราย (18.89%) นอกนั้นเป็นผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นๆ
ในส่วนของการช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19 อาทิ มีไข้, ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน, มีผื่น คัน บวม, ปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด, แน่นหน้าอก หายใจลำบาก, อาการชา, แขนขาอ่อนแรง, ภาวะแพ้รุนแรง (Phylaxis Shock) และเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ภาพรวมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ ระดับ 1 อาการเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 9,938 ราย ขณะที่ใน ระดับ 2 เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มีจำนวน 426 ราย และ ระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท จำนวน 3,670 ราย
ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19 ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ 3 จุด คือ 1.หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด 2.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3.สปสช.เขตพื้นที่ทั้ง 13 สาขาเขต มีระยะเวลายื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่เกิดความเสียหายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 หลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช.ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย
“การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ตราบใดที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เจ็บป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุ ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามมาตรการทางการแพทย์และสาธารณสุข” เลขาฯสปสช.กล่าว
ดาวน์โหลดแแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/175 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso


