บุกร้องอสส. สามีไปหาปลาถูกจนท.อุทยานยิงตาย 3ปี คดีไม่คืบ

8.04.22 | 13:28 น.

เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 8 เมษายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นางพิลดา รัตฒนะ อายุ 48 ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทนายความ เดินทางมาสอบถามความคืบหน้า เกี่ยวกับกรณี นายอภิชัย รัตฒนะ อายุ 45 ปี (ขณะเกิดเหตุ)ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไปหาปลาในพื้นที่เกาะพะลวย แล้วถูกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานียิงเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือน ก.ค. พ.ศ.2562 โดยมีนายกฤษฎา กสานติกุล อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการ 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมารับเรื่อง


นางพิลดา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 สามีของตนได้ไปพักผ่อนหาปลาที่เกาะพะลวย เป็นปกติ จากนั้นตนได้รับแจ้งว่านายอภิชัย สามีถูกยิงเสียชีวิตโดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯโดยอ้างว่า เพื่อปกป้องเขตอุทยาน และคดีได้ผ่านชั้นพนักงานสอบสวนและช่วงเดือน ส.ค.2563 ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเกาะสมุย ต่อมาตนได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม 1 ครั้ง และมีการประสานตามเรื่อง 3 ครั้ง แต่กลับได้คำตอบเดิมๆ ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงจริง ทำให้ไม่น่าจะต้องใช้เวลาขนาดนี้ในการสั่งฟ้องคดี

นางพิลดา กล่าวว่าต่อว่า หลังเกิดเหตุทางอุทยานไม่เคยเข้ามาชี้แจงว่าเหตุใดถึงยิงทำร้ายสามีตน ทั้งที่สามีมีเพียงฉมวกแทงปลาเท่านั้น และในที่เกิดเหตุก็ไม่มีพยาน หรือกล้องวงจรปิด ไม่มีการขอโทษ เยียวยาใดๆ อีกทั้งยังมีคนมาคุกคามตนและครอบครัวตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงอยากมาขอความชัดเจนเรื่องคดี รวมถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการของอัยการ

นายกฤษฎา รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายมาสอบถามเร่งรัดคดี การดำเนินการต่อไปก็คือจะนำเรียนอัยการสูงสุด ว่ากรณีนี้มีการติดตามเรื่อง และให้พิจารณาสั่งการต่อไป ส่วนเรื่องที่ว่าขั้นตอนมีการล่าช้า เบื้องต้นยังไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะเหตุใด เนื่องจากยังไม่เห็นสำนวนและไม่ทราบว่าล่าช้าตรงจุดใด และข้อเท็จจริงต้องไปดูในสำนวน ว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบข้อมูลคร่าวๆคือ อยู่ระหว่างการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม แต่โดยปกติทางอัยการจะดำเนินอย่างโดยเร็วอยู่แล้ว ถ้าสำนวนข้อเท็จจริงครบถ้วน แต่เข้าใจว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอาจจะยังไม่มีความชัดเจนที่จะพิจารณาสั่งคดีได้ ซึ่งคดีกรณีข้อพิพาทเช่นนี้และมีผู้ถึงแก่ความตาย ดังนั้นการพิจารณาสั่งสำนวน ต้องดูข้อเท็จจริงให้รอบคอบ ครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

Advertisement