เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 เมษายน ที่ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุม นายทศพร หรือบิว (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 988,800 เม็ด มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท, รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขงธ 741 พระนครศรีอยุธยา 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนพหลโยธินขาออก ตรงข้ามปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก่อนถึงต่างระดับบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้าจาก นายเขตตะวัน หรือคิง (สงวนนามสกุล) ผ่านบัญชีเมสเซนเจอร์ ชื่อ “พลัง โปร” จำนวน 2,000 เม็ด ในราคา 10,500 บาท โดยนัดส่งมอบกันบริเวณริมถนนพหลโยธินขาออก ตรงข้ามปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งก่อนถึงต่างระดับบางปะอิน อ.บางปะอิน เมื่อถึงเวลานัดหมายนายทศพร ได้ขับรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขงธ741 เข้ามาเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุมได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทศพรให้การว่า นายศรชัย หรือเบิร์ด (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเพื่อนที่เคยทำงานบริษัทเดียวกัน เป็นผู้ว่าจ้างให้เก็บดูแลรักษายาบ้าและนำมาส่งให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับว่ามียาบ้าเหลืออยู่อีกเก็บไว้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยอนุรักษ์ ม.8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน ซึ่งเช่าไว้เพื่อเก็บดูแลรักษายาบ้าให้นายศรชัย โดยนายศรชัยเป็นคนออกเงินค่าเช่าห้องให้ เมื่อตรวจค้นห้องเช่าดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุอยู่ในลังโฟม 493 มัด และ 4 ถุง รวมจำนวน 986,800 เม็ด
พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวได้รับคำสั่งมาจากนายศรชัย ให้ไปเก็บมาจากพงหญ้าริมถนนหมายเลข 9 ขาออกใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ ต.โพธิ์แตง อ.บางไทรจ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะมีรถขนสินค้านำมาวางทิ้งไว้ โดยรับยาบ้ามา เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา จำนวน 500 มัด แล้วนำมาเก็บรักษาไว้ที่ห้องพักดังกล่าว โดยนายศรชัย จะให้ค่าจ้าง 200,000 บาท หากจำหน่ายยาบ้าในครั้งนี้หมด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำการเก็บรักษายาบ้าและนำยาบ้าออกไปส่งมอบให้กับลูกค้ามาแล้วจำนวน 1 ครั้งในระยะเวลา 1-2 เดือน และได้ค่าจ้าง 20,000 บาท
พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับขบวนการดังกล่าว มีนายศรชัย ผู้ค้ายาเสพติดที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นผู้สั่งการ และมีนายเขตตะวัน เป็นผู้แชทคุยกับลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อ ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งบัญชีที่ให้ลูกค้าโอนเงินนั้นเป็นบัญชีม้า ส่วนนายทศพรมีหน้าที่นำยาบ้าไปวางส่งมอบตามจุดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ามารับก่อนกระจายไปยังรายย่อยต่อไป
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ก่อนจะติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป





