แพทย์ เผยข้อมูล “ยาโคลนาซีแพม” วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ชี้ ผู้ขายต้องมีใบอนุญาต คนซื้อต้องมีใบสั่งยา
จากกรณี รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารยอ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้รับการประสานงานให้ตรวจสอบสารเคมีในน้ำ จากกรณีที่เทรนเนอร์หนุ่ม คาดว่าตัวเองถูกลูกค้าวางยา เมื่อนำน้ำกลับมาลองจิบที่บ้าน ปรากฎว่าหลับไม่ได้สติถึง 2 วัน โดยอาจารย์อ๊อดเผยว่า ผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค GC-MS ความละเอียดสูง ออกแล้ว 100% เทรนเนอร์ถูกวางยาจริง เป็นยานอนหลับ ชื่อยา Clonazepam (โคลนาซีแพม)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 เมษายน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้สัมภาษณ์ถึงข้อมูลการใช้ยาดังกล่าวว่า สำหรับยาโคลนาซีแพม เป็นยาในกลุ่ม benzodiazepines(เบ็นโซไดอาเซพีน) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 4 มีการอนุญาตใช้ในการแพทย์เพื่อลดความวิตกกังวล ตื่นตระหนก และกันชัก ซึ่งการใช้จะมีขนาดต่างกันไป ทั้งนี้ การจำหน่ายและใช้ในสถานพยาบาลหรือร้านขายยา สำคัญคือต้องมีการขออนุญาตจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 4 ส่วนกรณีผู้ที่จะซื้อก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ ใบสั่งยาโดยแพทย์ที่ให้การรักษา
นพ.ไพศาล กล่าวต่อว่า สำหรับยากลุ่มโคลนาซีแพม เป็นยาที่ผลิตได้ในประเทศ และการนำเข้าจากต่างประเทศ มีทั้งแบบเม็ดและฉีด โดยการออกฤทธิ์เต็มที่ใน 1 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ง่วง และมีฤทธิ์ยาวไปประมาณ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากมีการใช้ร่วมกับเครื่องแอลกอฮอล์ ก็จะออกฤทธิ์กดประสาทได้เร็วและมากขึ้น ดังนั้น จะต้องใช้ยาในทางที่ถูกต้อง
“การนำไปใช้อย่างผิด ไม่ใช่วัตถุประสงค์เรื่องการรักษาพยาบาล ก็เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยหากนำมาจากสถานที่จำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต ก็จะเป็นความผิดเช่นกัน” นพ.ไพศาลกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลการใช้ยาโคลนาซีแพม มี 3 ขนาดความแรงคือ 0.5 , 1.0 และ 2.0 มิลลิกรัม ปัจจุบันมีผู้รับอนุญาตผลิต 5 ราย และผู้แทนจำหน่าย 6 ราย ได้แก่ Convulsil , Prenarpil , Povanil , Clonaril , Ancoril และ Rivotril โดยข้อบ่งใช้ยาสำหรับกันชัก และลดอาการตื่นตระหนก หากได้รับยาเกินขนาดจะแสดงอาการ เช่น ง่วงซึม สั่น ชัก สับสนมึนงง หัวใจเต้นช้า อ่อนแรง โคม่า อาจกดการหายใจ ขณะที่ ความผิดในการจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 จำคุก 2-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 แสนถึง 1 ล้านบาท

