หน้าแรก ในประเทศ ไฟไหม้ตึกเก็บ...

ไฟไหม้ตึกเก็บอุปกรณ์แพทย์ในซอยเรวดี สูญกว่า 5 แสน โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

10.02.16 | 19:10 น.
(10 ก.พ.59) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.ชัยยง อ้วนมะโฮง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี  ร.ต.ท.ปิยะวัฒน์ โภคา รอง สวป.สภ.เมืองนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองนนทบุรี ได้เข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นบริเวณภายในซอยเรวดี 11 หมู่ 1 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จากนั้นจึงรุดตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น 2 คูหาของบริษัทชื่อ แล็บมาสเตอร์ แอ๊ดวานซ์ จำกัด ซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีนายธเนศ ผดุงพัฒโนดม เป็นเจ้าของโดยกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้นล่างของตัวอาคาร ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถน้ำจำนวนกว่า 5 คันพร้อมเร่งระดมใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบว่าขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่อาศัยจำนวน 4 คนเป็นผู้ใหญ่ 2 และเด็ก 2 คนซึ่งเป็นญาตของพนักงานบริษัทดังกล่าวขณะเกิดเหตุสามารถออกมาจากตัวอาคารได้อย่างปลอดภัยและยังพบว่าที่อาคารดังกล่าวชั้นล่างเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์และชั้น 2 – 3 เป็นห้องพักของพนักงาน
201602101738451-20130311152637
นายวิวัฒน์ เอี่ยมศรี อายุ 30 ปีพนักงานของบริษัทเล่าเหตุการณ์ว่าในช่วงที่เกิดเหตุตนกำลังขับรถผ่านแต่สังเกตุเห็นกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาจากชั้นล่างของตัวอาคารเป็นจำนวนมาก จึงได้จอดรถและพยายามใช้ไม้งัดประตูม้วนด้านหน้าของอาคารจนสำเร็จแต่กับพบว่าด้านในเพลิงได้กำลังลุกไหม้อุปกรณ์ที่เก็บไว้จึงไม่สามารถควบคุมเพลิงด้วยตนเองได้ ขณะเดียวกันทางด้าน น.ส.กลม พรมพัก อายุ 51 ปีผู้อยู่อาศัยในช่วงที่เกิดเหตุเปิดเผยว่าตนเองและสามีรวมถึงหลานอีก 2 คนนอนพักอยู่ภายในห้องชั้น 2 ของอาคารได้สังเกตุเห็นและมีกลิ่นควันจึงได้ลงมาดูที่ชั้นล่างพบว่าเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อุปกรณ์ต่างๆที่เก็บไว้ จากนั้นตนเองทั้งหมด 4 คนจึงได้รีบหนีออกมาทางด้านหลังของอาคารก่อนได้อย่างปลอดภัย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าในเบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และพยานที่อยู่ใกล้เคียงไว้ ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุใดจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อยืนยันถึงสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียในครั้งไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท