รวบผัวเมียหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมออนไลน์ เชิดเงินกว่า 2 ล้าน ทั้งคู่ปฏิเสธ

10.04.22 | 19:33 น.

รวบผัวเมียหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมออนไลน์ เชิดเงินหนีกว่า 2 ล้านบาท ทั้งคู่ปฏิเสธ พบประวัติก่อคดีมาแล้วโชกโชน


เมื่อวันที่ 10 เมษายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก. ปอศ., พ.ต.ต.จรัส แก้วสง่า สว.กก.5 บก.ปอศ., ร.ต.อ.นพวัตติ์ ธารีจรัญพัฒน์ รอง สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังร่วมกันจับกุม นายไกรวุฒิ เร่งรบ อายุ 28 ปี และนางสาวนวลละออ เร่งรบ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ191/2565 และ จ192/2565 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2565 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้” ได้ที่บ้านเลขที่ 23/51 หมู่บ้านสัมมากร อเวนิว สุวรรณภูมิ ถนนพัฒนาชนบท 3 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า สืบเนื่องมาจาก เมื่อประมาณ ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจำนวนมากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายไกรวุฒิ และนางสาวนวลละออ ว่า ร่วมกันโพสต์ข้อความหลอกขายสินค้ากระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น อินสตาแกรม, เฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยเมื่อมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้า ก็จะให้นัดตกลงราคาสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ แล้วให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวนเต็มราคาของสินค้า หรือมัดจำสินค้าในราคาที่ตกลงกันไว้ เมื่อถึงกำหนดส่งสินค้าก็จะทำการบ่ายเบี่ยงการส่งสินค้า และเงียบหายไป เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายรวมกันกว่า 2 ล้านบาท

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวอีกว่า สืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นสามีภรรยากัน มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนจากการโพสต์ขายสินค้าออนไลน์เช่นนี้มาตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 ถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง แต่หลังจากถูกจับดำเนินคดีก็ยังก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเรื่อยมา ก่อนจับกุม สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจึงนำหมายค้นจากศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นและจับกุมตัวนายไกรวุฒิและนางสาวนวลละออ โดยบุคคลทั้งสองยืนยันว่าตนเอง คือบุคคลตามหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้จับตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 97/2564, 96/2563 ลงวันที่ 31 มี.ค.2563 และหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 314/2564 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอายัดตัวตามหมายจับดังกล่าวนี้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และแจ้งว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด ตามข้อกล่าวหา
​