ฝากขัง ‘บังลาย’ จ้างวานขนยาบ้าเกือบล้านเม็ด อีกสำนวนเฮโรอีน400 กก. ค้านประกัน

11.04.22 | 14:17 น.

ตร.บช.ปส. ฝากขัง ธวัชชัย หรือ “บังลาย” จ้างวานขนยาบ้าเกือบล้านเม็ด อีกสำนวนเฮโรอีน400 กิโลฯ พร้อมค้านประกัน


เมื่อวันที่ 11 เมษายน 65 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด4 บช.ปส. ยื่นคำร้องฝากขัง ผ่านจอภาพ นายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือบังลาย ผู้ต้องหา อายุ 33 ปี ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาอื่นๆ เกี่ยวกับยาเสพติด และข้อหาฟอกเงิน เนื่องจากต้องสอบสวนปากคําพยานอีก 7 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษและลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติฯ, รอผลข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือจากบริษัทผู้ให้บริการ จึงขอฝากขังผู้ต้องหา ไว้ระหว่างสอบสวนต่อไปอีก กําหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.- 22 เม.ย. 2565

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 63 เจ้าหน้าที่ บช.ปส. ได้ทำการจับกุมตัวนายบุญฤทธิ์ หรือ ส่งแสง กับพวกไปรับยาบ้าจากจังหวัดปทุมธานีโดยใช้รถบรรทุก ของกลางยาบ้าจำนวน 998,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ตามคำสั่งของเฮียเก้าผ่านการวิดีโอคอล ทาง Messenger Facebook ชื่อ บังลาย คับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค ทราบชื่อ นายธวัชชัย อ้อมชมพู และให้นายบุญฤทธิ์ ดูแล้วยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับ เฮียเก้าจริง จากนั้นจึงทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมจนทราบว่านายธวัชชัย หรือเฮียเก้า ได้ซื้อรถบรรทุกสิบล้อคันของกลางให้กับนายบุญฤทธิ์เพื่อใช้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลางลงสู่ภาคใต้

พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติจับกุมนายธวัชชัย ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ จากการตรวจสอบในระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS) ระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) และระบบศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม (PDC) พบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปรับตัวนายธวัชชัย ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาตามหมายจับดังกล่าวพร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้นายธวัชชัย ทราบตามกฎหมาย จากนั้นได้ควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

เหตุเกิด บริเวณลานจอดรถภายในปั๊ม ปตท.ลุงเท่ง ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ต่อเนื่องถึงบริเวณลานดินข้างปั๊มพี่ที่สาขาสามร้อย หมู่ที่ 6 ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 63 ต่อเนื่องกัน สถานที่จับกุม จุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 3 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 65

ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือ ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และมีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มี การสมคบกัน” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 มาตรา 7(1), 15 วรรคหนึ่ง 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม, พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ, ประกาศกระทรวงสาธารณสุข, พระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2535 มาตรา 8 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ต่อมา ได้มีประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2565 การกระทำของผู้ต้องหาจึงเป็นความผิดฐาน ร่วมกันจําหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน โดยผิดกฎหมายสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1, 50, 127 วรรคสอง, 145 วรรคหนึ่ง 145 วรรคสอง (2) และ 146 วรรคสาม (2), 152, ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 61 ข้อ 1, 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 61 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ลำดับที่ 38 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง การกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะการทำงานเป็นเครือข่าย และเป็นภัยต่อสังคม หากได้รับการประกันตัวไป เกรงว่าจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

อ่าน : จับ ‘บังลาย’ เอเยนต์ยานรกตัวเป้ง หัวหน้าแก๊ง ‘เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ’ ซุกท่าขี้เหล็กนับปี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ยังได้ยื่นคำร้องฝากขังนายธวัชชัย หรือบังลาย อีกคดี กรณีนายธวัชชัย หรือบังลายร่วมกับพวกมียาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีนหนัก 400 กก. ราคาประมาณ 400 ล้านบาทไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, ร่วมสมคบกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง เป็นเวลา 12 วัน จนถึงวันที่ 22 เม.ย.นี้ ชั้นสอบสวนนายธวัชชัย ให้การปฏิเสธทุกข้อหา

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวถึงที่สุด เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ลักษณะการทำงานเป็นเครือข่าย เป็นภัยต่อสังคม

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้