ทนายนกเขาจี้ ผบช.ภ.1 สอบปม ‘ทนายตั้ม’ แฉตำรวจขอให้การว่า ‘ปอ-โรเบิร์ต’ ไร้พิรุธ

11.04.22 | 15:37 น.

ทนายนกเขาจี้ ผบช.ภ.1 ตรวจสอบปมหลัง “ทนายตั้ม” แฉตำรวจขอให้ ให้การว่า’ปอ-โรเบิร์ต’ไม่มีพิรุธ ชี้คดีมีความผิดปกติหวั่นโดนเเทรกเเซง


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 เมษายน ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ถนนวิภาวดีรังสิต นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บังคับบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค1 สืบเนื่องจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่ง ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องการให้ทนายตั้มให้การว่า นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต 2 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิต น.ส.ภัทรธิดา (แตงโม) พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดังไม่มีพิรุธ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงอยากให้ มีการสอบข้อเท็จจริง และ ขยายผลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยภายหลัง การยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.จิรพัฒน์

นายนิติธร ล้ำเหลือ กล่าวว่า วันนี้ตนมาขอให้สอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่ทนายษิทราได้พูดในรายการโหนกระแส และมีการเอ่ยชื่อและตำแหน่งของตำรวจ 2 ท่าน ในวันให้การ ซึ่งทนายษิทราได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ขอให้ทนายษิทราให้การในวันเข้าให้ปากคำครั้งแรกว่า “ปอ-โรเบิร์ตไม่มีพิรุธ” ซึ่งในประเด็นนี้ เป็นสาระสำคัญว่ามันมีความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายตนุภัทร รวมทั้ง นายไพบูลย์ หรือไม่ หรือมีผลประโยชน์อื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการเบี่ยงเบนคดีหรือไม่ หรือมีการเตรียมคำให้การอื่นๆหรือไม่ แล้วคำให้การที่ดำเนินการไปแล้วมันชอบหรือไม่ชอบ มีแรงจูงใจ มีความมุ่งหมายหรือไม่ ที่ทางตนตั้งข้อสังเกตตั้งแต่เริ่มต้นว่าทำไมข้อกล่าวหาถึงอยู่ที่ประมาทกับเป็นอุบัติเหตุ ดังนั้นพอปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงคิดว่ามันเป็นสาระสำคัญในคดีอย่างมาก จึงมาร้องขอให้มีการสอบ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 คน ที่ถูกเอ่ย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ รวมทั้งการสรุปสำนวนอะไรต่างๆ ซึ่งตนมาร้องกับท่านผู้บัญชาการในวันนี้เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชา

Advertisement

นายนิติธร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ตนไม่ได้ไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี เนื่องจากทางนั้นจะใกล้ชิดกับคดีโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าทางผู้บัญชาการนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงจะขอให้ท่านเป็นคนตั้งคณะกรรมการในการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะทางนั้น จะกลายเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตนมองว่าทางผู้บัญชาการไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องมาร้องที่นี่แทน

สำหรับประเด็นที่มาร้องในวันนี้ นายนิติธร กล่าวว่า ตนมาร้องประเด็นเดียว แต่มีรายละเอียดประกอบมาด้วยทั้งหมด ดังนี้ 1.ประเด็นความสัมพันธ์ของนายปอ นายโรเบิร์ต กับตำรวจที่ทนายษิทรา พูดถึงโดยตรง เเละขอให้สอบการใช้โทรศัพท์ การเงินบัญชีธนาคาร และอื่นๆ อันควรตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบ 2.ประเด็นมุมมองทัศนคติต่อคดีเป็นการเลือกข้างเลือกปฏิบัติหรือไม่ 3.ประเด็นความมุ่งหมายต่อคดีมีการตั้งประเด็นเพื่อให้ตอบคำถาม คำให้การที่สอดคล้อง เชื่อมโยง สัมพันธ์ สนองตอบความมุ่งหมายในลักษณะเพื่อให้ผู้ใดผู้หนึ่งพ้นจากข้อกล่าวหา พ้นจากความรับผิด จํากัดข้อเท็จจริงอื่นๆ อันจะเชื่อมโยงถึงความผิดอื่นๆ รวมถึงการเชื่อมโยง ไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีส่วนในการกระทำความผิดหรือไม่ 4.ประเด็นสร้างประโยชน์จากคำให้การชั้นสอบสวนเพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ในชั้นอัยการ ชั้นศาลหรือไม่ 5.ประเด็นคำให้การดังกล่าว จะถือว่าเป็นคำให้การที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ 6.ประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนจากการกระทำครั้งนี้ จะถือเป็นการเอื้อประโยชน์กับบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วน ข้อ 7. จะเป็นข้อกฎหมายประกอบการพิจารณา ขอให้มีคำสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ห้ามเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดๆ ต่อการสืบสวนสอบสวนคดี ใน คดีการตายของ น.ส.ภัทรธิดา จนกว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการโดยตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน และเมื่อสอบข้อเท็จจริงได้ผลเป็นประการใดและมีผลสรุปเป็นประการใดขอให้ท่านแจ้งผลต่อสาธารณชนในพื้นที่ และให้ชะลอการสรุปสำนวน หาข้อเท็จจริงส่วนนี้ประกอบด้วย เพราะถ้าปรากฏผลเป็นจริงแล้วกระทบต่อสำนวนคดีที่ทำมาทั้งหมด ดังนั้นต้องสรุปชี้แจงเรื่องนี้ก่อนที่จะสรุปสำนวนคดี

นายนิติธร ยังได้กล่าวว่า ในคดีนี้ ตนได้ยื่นเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอไปแล้ว และได้ไปให้ถ้อยคำกับ ดีเอสไอแล้วเรียบร้อย จากนี้คงจะมีการให้การเพิ่มเติม ซึ่งอันนี้ก็เป็นอันนึงที่ชี้ว่าคดีมันมีความผิดปกติ มีการแทรกแซงคดี ซึ่งมันก็จะไปเข้าข่ายคดีทางอาญาด้วย