‘บิ๊กปั๊ด’ นำทีมเยือนกัมพูชาหารือผบ.ตร. ขอความร่วมมือจับ ‘แก๊งคอลล์-ค้ามนุษย์’

12.04.22 | 11:50 น.

พล.ต.อ.สุวัฒน์ นำคณะทีมเยือนกัมพูชาหารือผบ.ตร. ขอความร่วมมือช่วยคนไทยถูกแก๊งคอลฯหลอก – คดีค้ามนุษย์


พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภารกิจของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมหารือกับ พล.ต.อ.เน็ท สะเวิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)กัมพูชา ว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชกาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางจากประเทศไทยไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา และได้เข้าพบเยี่ยมคารวะ พล.ต.อ.เน็ท สะเวิน ผบ.ตร.กัมพูชา พร้อมคณะตำรวจของกัมพูชา เพื่อร่วมประชุมหารือในการขอความร่วมมือประสานงานเข้าช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงมาบังคับใช้แรงงานโดยผิดกฎหมายในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และประสานความร่วมมือเพื่อพาคนไทยดังกล่าวเดินทางกลับประเทศไทย

ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ การค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
โดยตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นมา ได้ช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศไปแล้วกว่า 800 ราย โดยส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เกือบ 300 ราย รวมถึงการปฎิบัติในห้วง 2 วันที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือคนไทยออกมา 66 ราย
ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ได้มีข้อหารือในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศในการประสานความร่วมมือการปราบปรามอาชญากรรมในอนาคต และการไปเยือนคณะตำรวจกัมพูชาในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการยกระดับความสัมพันธ์อันดีของตำรวจทั้งสองประเทศ รวมทั้งเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นการยกระดับการปฏิบัติงานร่วมกัน เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน

อีกทั้งที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้มีนโยบายสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ รวมถึงการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการค้ามนุษย์ และการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพื่อเป็นการสนองนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว

Advertisement

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดการหารือทั้งสองฝ่ายได้ตระหนักถึงปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน และเห็นชอบร่วมกันให้มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันด้านต่างๆ โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ ให้สอดคล้องกับปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และด้านความมั่นคง รวมทั้งเพิ่มความร่วมมืออย่างจริงจังในการจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ความร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ด้านแรงงาน และกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ