พระเมตตา ‘ในหลวง’ รัชกาลที่ 9 ศิริราชมิรู้ลืม

หมายเหตุ – ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550-2554 และอดีตหัวหน้าคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้สัมภาษณ์ ถึงความประทับใจเมื่อครั้งถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“เวลาพระองค์เสด็จลงมาจากห้องประทับ ทอดพระเนตรมายังประชาชน ด้วยสายพระเนตรเปี่ยมเมตตามากเหลือเกิน…” ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ เล่าถึงพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มิรู้ลืม พร้อมกับพาเดินมายังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดโรงพยาบาลศิริราช แล้วเล่าอย่างประทับใจว่า บริเวณริมน้ำเป็นบริเวณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ เป็นประจำ มาเสวยพระกระยาหารตอนบ่ายๆ เย็นๆ ก็จะมาทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา

ยิ่งในช่วงน้ำท่วมปี พ.ศ.2554 ก่อนจะเกิดน้ำท่วม พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเสด็จฯ มาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และรับสั่งให้ผม ซึ่งขณะนั้นเป็นคณบดีศิริราชพยาบาลให้ถวายรายงานตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2554 ก่อนน้ำจะท่วมในเดือนตุลาคม เห็นได้ว่าพระองค์มีสายพระเนตรยาวไกล ในการดูแลทุกข์สุขปัญหาน้ำท่วม

ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์

การถวายรายงานก็ถวายทุกวัน ทั้งวาจา และลายลักษณ์อักษร แม้กระทั่งช่วงลงลิฟต์ พระองค์ยังทรงห่วง และรับสั่งว่าวันนี้น้ำท่วมเป็นอย่างไร ซึ่งผมก็ต้องตอบได้ทันทีว่า น้ำท่วมวันนี้ขึ้นเต็มที่เท่าไร สูงเท่าไร ที่ปากน้ำโพ (จ.นครสวรรค์) ขึ้นเท่าไร ชาวศิริราชก็รวบรวมข้อมูล และหารือร่วมกับบุคคลที่ทำงานโดยตรง ทั้งกรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตต่างๆ มาถวายพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงงานตลอดเวลา แม้กระทั่งระหว่างประชวร ฟื้นจากพระอาการประชวร พระองค์ก็ยังทรงงานตลอด

การทรงงานของพระองค์ หลังจากเสวยพระกระยาหารเสร็จ จะเสด็จห้องทรงงาน ซึ่งห้องทรงงานจะอยู่ด้านฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นห้องโล่งๆ ติดฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีโต๊ะทรงงาน มีพระเก้าอี้ ส่วนใหญ่พระองค์ประทับนั่งทรงงาน และทอดพระเนตรรอบๆ โดยพระองค์ทอดพระเนตรทั้งระดับน้ำ ทั้งประชาชน บางครั้งผมและคณะยังพา พระองค์เสด็จขึ้นดาดฟ้า ทอดพระเนตรทิวทัศน์ต่างๆ เพื่อให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญที่สุด

นอกจากนี้พระองค์ทอดพระเนตรการจราจร พร้อมรับสั่งให้คณะแพทย์จัดทําแผนที่สำหรับการแก้ปัญหาจราจรฝั่งธนบุรี ตั้งแต่บริเวณในศิริราช นอกศิริราช ซึ่งคณะแพทย์ได้รวบรวมข้อมูล และคำนวณจำนวนประชาชนที่เดินทางผ่านเข้าออกโรงพยาบาลศิริราช ประมาณวันละกว่า 1 แสนคน เฉพาะคนไข้วันละประมาณ 10,000 กว่าคนแล้ว การจราจรจึงเป็นปัญหาทั้งบริเวณรอบศิริราช

ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ตํารวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงประชุมหารือในการแก้ปัญหา

สุดท้ายก็ได้ออกมา 8 โครงการในพระราชดำริ มีทั้งที่สำเร็จและอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ ทั้งการสร้างสะพานลอยฟ้า ถนนลอยฟ้า โลคัลโรดรอบโรงพยาบาลศิริราช การขยายถนนอรุณอัมรินทร์ การมีรถไฟฟ้าใต้ดินและลอยฟ้าตัดผ่านมาแถวนี้ ก็เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระองค์

จากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานหนักตลอดเวลา และเสด็จโรงพยาบาลศิริราชมาตลอด

ผมพยายามทำให้พระองค์พระเกษมสำราญ ด้วยการพาเสด็จขึ้นบนดาดฟ้าบ้าง เสด็จลงมาข้างล่างบ้าง หรือในบางครั้งได้กราบบังคมทูลเชิญลงมาทอดพระเนตรการจัดเทศน์มหาชาติ ลอยกระทง และในวันตรุษจีน รวมไปถึงจัดดนตรีแจ๊ซถวายในหอประชุมพระองค์ เพราะพระองค์โปรดดนตรี พร้อมกับมีรับสั่งว่า ขอบใจนะที่จัดให้ เพลงเพราะดี

S__3055933


เมื่อถามถึงความประทับใจที่ได้ถวายงานต่อพระองค์ อดีตคณบดีศิริราชพยาบาล บอกว่า ทั้งหมดเป็นความประทับใจสูงสุดในชีวิตแล้ว สิ่งที่อยากฝากประชาชนเพื่อตามรอยพระองค์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ คือ ในเรื่องความอดทนของพระองค์ในการฟื้นฟูร่างกายพระองค์ทรงไม่ย่อท้อที่จะฟื้นฟูพระวรกายให้กลับคืนสู่ปกติ พระองค์ได้ตั้งพระราชหฤทัยในการฟื้นฟูพระวรกาย ทรงมีความอดทนเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ทรงยืน ทรงลุกขึ้นนั่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากสำหรับพระองค์ ที่มีพระชนมพรรษามาก หรือช่วงมีพระอาการดีขึ้นก็ยังทรงจักรยานเพื่อสุขภาพของพระองค์

กำลังใจมีความสำคัญอย่างยิ่ง การที่ประชาชนมาให้กำลังใจพระองค์ท่าน ทั้งรูปแบบการถวายดอกไม้ ถวายบังคม หรือเปล่งเสียง ทรงพระเจริญ ทรงได้ยินตลอดและทรงมีพระพักตร์แจ่มใสขึ้น พระองค์ทรงรับรู้ตลอดเวลาว่าประชาชนเป็นห่วงพระองค์มากเพียงใด ดังนั้นผมจึงเห็นว่ากำลังใจเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งในผู้ป่วยทุกคน ถือว่าสำคัญที่สุด ฉะนั้นใครก็ตามที่มีตำแหน่งหน้าที่ในการให้กำลังใจคนก็ขอให้ระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย พยายามให้กำลังใจอยู่เสมอ อย่าทำให้คนที่เกี่ยวข้องกับเราขาดกำลังใจเด็ดขาด เพราะเขาต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง

ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์บอกว่าเรื่องกำลังใจเป็นเรื่องดีจริงๆ มีครั้งหนึ่ง พระองค์เสด็จลงมาเพื่อถวายบังคมสมเด็จพระบรมราชชนนี พระองค์ตั้งใจเสด็จผ่านราษฎรของพระองค์ เพื่อให้ได้เห็นพระพักตร์ ซึ่งประชาชนต่างดีใจและเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ครั้งนั้นสร้างความปีติให้กับประชาชน ทำให้สถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนั้นดีขึ้นได้ เพราะกำลังใจจากพระองค์

เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บอกว่า สำหรับปัญหาการฟ้องร้องทางการแพทย์ สามารถลดปัญหานี้ร่วมกันได้ อย่างฝั่งทางการแพทย์ก็สามารถเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทได้ โดยที่ผ่านมามีรับสั่งให้พวกเราอ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร

ซึ่งพระราชกระแสนี้ผมได้นำมามอบให้แก่ชาวศิริราชทุกคน และคณะแพทย์ทั้งหลายซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ตลอด โดยทุกคนมีดีหมด อย่าไปดูถูก เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากทำได้ ไมตรีจิตจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ หรือผู้ป่วยก็ตาม จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย และญาติดีขึ้น ผมคิดว่าเป็นพระราชกระแสที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราชาวไทยที่จะนำไปใช้ได้

บทความก่อนหน้านี้ทองในปท.ปรับขึ้น50บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ21,550บาท
บทความถัดไปธปท.ขอประชาชนอย่ากังวล ‘ธนบัตร’ ปัจจุบันใช้ได้ไม่มีกำหนด