อังคณาเผย ตร.จับผู้ต้องหาปากรรไกรยาว 9 นิ้ว ใส่บ้านได้แล้ว คาดเมา ส่งอัยการวันนี้

15.04.22 | 10:44 น.

อังคณาเผย ตร.จับผู้ต้องหาปากรรไกรยาว 9 นิ้ว ใส่บ้านได้แล้ว คาดเมา ส่งอัยการวันนี้

จากกรณีที่ นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนและหนึ่งในสมาชิกคณะทำงานด้านการบังคับสูญหาย (WGEID) เปิดเผยว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดี สวมหมวก ปิดแมสก์ และปิดบังใบหน้า ปากรรไกรสีเขียว ความยาว 9 นิ้ว ใส่หน้าบ้าน ประตูเหล็กและหน้ารถยนต์เสียหาย เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา


ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 เมษายน นางอังคณาให้สัมภาษณ์หลังจากเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.บางยี่เรือ ว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนัดตนเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว เจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้ต้องหาเป็นชาย อายุ 44 ปี อาศัยอยู่ในเขตพระนคร ประมาณตี 4 ชายคนดังกล่าวเดินอยู่แถววงเวียนใหญ่เรื่อยมาจนถึงอิสรภาพ และยังไม่รู้ว่าชายคนก่อเหตุเอากรรไกรมาจากไหน รวมถึงการค้นบ้านของชายคนดังกล่าวพบกระเป๋าผ้าสีอ่อน กางเกงสามส่วน รองเท้า ไม่พบเสื้อสีเข้มที่ใส่วันเกิดเหตุ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสันนิษฐานว่าวันเกิดเหตุชายคนก่อเหตุอาจเมา และวันนี้จะนำผู้ต้องหาส่งอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาล

นางอังคณากล่าวว่า เบื้องต้นต้องขอบคุณตำรวจ สน.บางยี่เรือ ที่ดูแลความปลอดภัย อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยากทราบคือแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุว่าทำไมจึงเจาะจงเอาวัตถุมีคมมาปาที่บ้านหลังนี้ การสันนิษฐานว่าทำไปเพราะเมาก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเมาจริงหรือไม่ และมีอาการเมาจากอะไร เพราะภาพจากกล้องก็ดูเดินเป็นปกติ ไม่เหมือนคนเมาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมึนเมาจากสารเสพติด และที่กังวลที่สุดคือหากวันเกิดเหตุมีการใช้ของมีคมทำร้ายคนที่อยู่บริเวณนั้น ความสูญเสียจะมากมายกว่าความสูญเสียทางทรัพย์สิน

“การที่มีคนสามารถถือของมีคมเดินไปมาบนทางสาธารณะได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยของประชาชน ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ” นางอังคณากล่าว

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน ผู้กำกับการ สน.บางยี่เรือ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ในคดีที่เกิดขึ้นนี้คนร้ายทำอะไรผิดเราก็จับส่งคดีฟ้องศาล ไม่มีอะไรที่แปลกแตกต่างจากปกติ เหมือนกับคดีทั่วไป ส่วนที่จะระบุถึงสภาพจิตของผู้ก่อเหตุ หากจะบอกว่าผู้ก่อเหตุเป็นบ้า หรือไม่เป็นคนบ้า ต้องมีใบยืนยันจากโรงพยาบาลว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เราก็ยังตรวจไม่พบ

พ.ต.อ.ดุสิตกล่าวว่า ในสถานการณ์ตรงนี้เขาก็คือคนปกติ มีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด มีรายละเอียดในจุดเกิดเหตุ มีความชัดเจนในจุดนี้ที่เป็นข้อเท็จจริง สิ่งนี้เราก็จะไปว่ากันในสำนวน ตามขั้นตอนต่อไปก็เราก็ส่งอัยการเพื่อส่งฟ้อง ถ้าพยานหลักฐานพอศาลก็จะรับฟ้องผู้ต้องหา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง