15 โครงการน้ำบาดาล น้ำพระราชหฤทัย แก้ภัยแล้ง 11 จังหวัด

17.04.22 | 07:23 น.

15 โครงการน้ำบาดาล น้ำพระราชหฤทัย แก้ภัยแล้ง 11 จังหวัด

โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 15 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้ ได้เปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ทั้งอุปโภคบริโภค และการเกษตร ได้ตลอดทั้งปี นับตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา

โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ศักดิ์ดา วิเชียร์ศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เผยถึงจุดเริ่มต้น และความเป็นมาของ ทั้ง 11 โครงการ อันประกอบด้วย 15 โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครอบคลุม 11 จังหวัด ประกอบด้วย

1.พื้นที่ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ประชาชนได้รับประโยชน์ 5,786 คน พื้นที่เกษตร 3,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่ได้ 1.7 ล้าน ลบ.ม./ปี
2.พื้นที่ ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ประชาชนได้รับประโยชน์ 11,000 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 438,000 ลบ.ม./ปี
3.พื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี (จุดที่ 1) ประชาชนได้รับประโยชน์ 4,989 คน พื้นที่เกษตร 3,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่ได้ 1.0 ล้าน ลบ.ม./ปี
4.พื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี (จุดที่ 2) ประชาชนได้รับประโยชน์ 2,369 คน พื้นที่เกษตร 3,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่ได้ 700,800 ล้าน ลบ.ม./ปี
5.พื้นที่ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ประชาชนได้รับประโยชน์ 2,400 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 700,800 ลบ.ม./ปี
6.พื้นที่ ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,198 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 525,600 ลบ.ม./ปี
7.พื้นที่ ต.หนองงูเหลือม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ประชาชนได้รับประโยชน์ 3,600 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 584,000 ลบ.ม./ปี
8.พื้นที่ ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ประชาชนได้รับประโยชน์ 5,000 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 292,000 ลบ.ม./ปี
9.เทศบาล ต.ศรีรัตนะ อ.ศรีรัตนะ และ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนได้รับประโยชน์ 7,830 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 507,350 ลบ.ม./ปี
10.พื้นที่ ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,620 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 992,720 ลบ.ม./ปี
11.พื้นที่ ต.โพธิ์ตาก และ ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ประชาชนได้รับประโยชน์ 12,224 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 776,720 ลบ.ม./ปี
12.พื้นที่ ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ประชาชนได้รับประโยชน์ 7,200 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 420,480 ลบ.ม./ปี
13.พื้นที่ ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน ประชาชนได้รับประโยชน์ 2,419 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 116,800 ลบ.ม./ปี
14.พื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 10,343 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 700,800 ลบ.ม./ปี
15.พื้นที่ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ประชาชนได้รับประโยชน์ 4,125 คน ปริมาณน้ำที่ได้ 140,160 ลบ.ม./ปี

รวม 15 โครงการ 11 จังหวัด ประชาชนได้รับประโยชน์ 89,799 คน 22,500 ครัวเรือนหรือ 4 คนต่อครัวเรือน พื้นที่เกษตร 9,000 ไร่ ปริมาณน้ำรวม 10.73 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

Advertisement

อธิบดีศักดิ์ดา เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทรงรับโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งสิ้น 15 โครงการ 11 จังหวัด ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อ วันที่ 16 เมษายน 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี โดยมีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ขณะนี้ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งหมด 15 โครงการ เปิดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์แล้วทั้ง 15 โครงการที่ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด ล้วนเป็นพื้นที่ที่เคยขาดแคลนน้ำและไม่มีศักยภาพ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เจาะบ่อบาดาลขนาดใหญ่ ซึ่งทุกพื้นที่ที่ดำเนินการโครงการได้มีการประชาคมร่วมกับท้องถิ่น ได้รับการยินยอมของราษฎรให้ใช้พื้นที่ และมีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล อย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และมีความพร้อมในการรับมอบเป็นผู้ดูแลระบบ

จากนี้ชาวบ้านจะมีน้ำต้นทุนสำหรับทำระบบประปาหมู่บ้าน ได้อย่างเพียงพอและมั่นคง สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและเป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับเกษตรกรรมด้วย

โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้เดินหน้าต่อในโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤตภัยแล้ง

นอกจากนี้ ปลัด ทส.ยังมีคำสั่งให้จัดตั้ง คณะกรรมการเพื่อติดตามการดำเนินโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนายจตุพร เป็นที่ปรึกษาและอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานคณะกรรมการเพื่อสนองพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่าง มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่สำคัญขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ กำลังดำเนินการเสนอให้วันที่ 3 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เป็นวันน้ำบาดาลแห่งชาติ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุ

เป็นอีกภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่าน้ำกินน้ำใช้ต้องไม่ขาดแคลน ต้องมีน้ำสะอาดใช้อุปโภคบริโภคทุกพื้นที่ของประเทศไทย