หน้าแรก ในประเทศ มองขึ้นค่าแรง...

มองขึ้นค่าแรง 308 บาท สมาพันธ์เอสเอ็มอีโคราชค้านชี้ธุรกิจแบกต้นทุนเพิ่ม แรงงานเฮหนุนเต็มที่

20.10.16 | 17:36 น.

วันที่ 20 ตุลาคม 2559 ภายหลังจากกระทรวงแรงงานได้มีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2560 โดยแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดตามความเหมาะสม ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา จะปรับขึ้นเพิ่มอีก 8 บาท จากวันละ 300 บาท เป็น 308 บาทต่อวัน มีผลประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไปนั้น ล่าสุด นายพุทธิพงษ์ ธีธรรมรัตน์ รองประธานสมาพันธ์ธุรกิจเอสเอ็มอีจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนไม่ค่อยเห็นด้วยกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนัก เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในความยากลำบาก ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กแทบจะไม่มีกำไร สถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดกิจการเพราะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทครั้งก่อน พอมาช่วงนี้ซึ่งธุรกิจเริ่มจะมีความหวังจะฟื้นตัว ทางรัฐบาลก็ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จะต้องแบกรับภาระค่าจ้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา จะปรับเพิ่มขึ้นถึง 8 บาท เกือบเทียบเท่ากรุงเทพมหานคร ที่ปรับขึ้นสูงสุด 10 บาท เมื่อต้องจ้างคนจำนวนมากก็ต้องบวกเพิ่มไปอีกไม่ใช่น้อย ดังนั้นผู้ประกอบการหลายคนอาจจะต้องลดจำนวนลูกจ้างลง แล้วหันมาใช้เทคโนโลยีแทน เพื่อให้สามารถอยู่ได้ เช่นการลดจำนวนพนักงานหน้าร้านลง แล้วใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ขายของผ่านออนไลน์แทนเป็นต้น เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็จะอยู่ไม่ได้

ด้านนายจักริน เชิดฉาย ผู้ประกอบการร้านค้าขายปลีก ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลปรับค่าแรงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพิ่มขึ้นอีก 8 บาทนั้น ตนก็เห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ และร้านของตนก็คงจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก โดยขณะนี้ร้านขายปลีกของตน ซึ่งมีสาขาอยู่ 5 แห่ง มีพนักงานอยู่กว่า 100 คน ก็พร้อมที่จะปรับขึ้นค่าแรงตามนโยบายของกระทรวงแรงงานด้วยความเต็มใจ และยินดีกับพนักงานทุกคนด้วย

ขณะที่นายธาตรี ช่างเหล็ก อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่รัฐบาลจะให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ได้เตรียมที่จะปรับขึ้นถึง 8 บาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้แรงงานทั่วไปได้รับประโยชน์ไม่ใช่น้อย แต่ทั้งนี้ตนก็ยังรู้สึกว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ยังมีการลักลั่นกันอยู่ บางบริษัท บางองค์กร ก็ยังจ่ายให้ 250-270 บาท โดยอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี จึงอยากให้รัฐบาลช่วยวางมาตรการควบคุมเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลอย่างทั่วถึง.