หน้าแรก ในประเทศ ตัวแทนชาวเขาใ...

ตัวแทนชาวเขาในเชียงรายร่วมอาลัย ทำพิธีทำบุญถวายพระราชกุศล รำลึกช่วยทุกคนได้สัญชาติไทย

20.10.16 | 17:50 น.
วันที่ 20 ตุลาคม นายบุญเวทย์ ศรีพวงใจ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีทางศาสนากลุ่มชาติพันธุ์เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ ศูนย์พัฒนาชาวเขา จ.เชียงราย ตั้งอยู่บ้านป่าเหมี้ยง ม.15 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน โดยมีนายธนู ธิแก้ว ผู้อำนวยการศูยย์พัฒนาชาวเขา จ.เชียงราย นำตัวแทนกลุ่มชาวพันธุ์เผ่าต่างๆ ใน จ.เชียงราย เข้าร่วมในพิธีประมาณ 500 คน โดยในพิธีจัดให้ผู้นำทางศาสนาของแต่ละกลุ่มประกอบพิธีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ท่ามกลางพนกสิกรเผ่าต่างๆ ที่ต่างยังคงมีอาการเศร้าโศกเสียใจโดยหลายคนถือพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อครั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินการไปเยือนเยียนราษฎรในพื้นที่สูงใน จ.เชียงราย เหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้ทรงพระราชทาน เป็นต้น
โดยพิธีเริ่มด้วยชนเผ่าอาข่าที่ประกอบพิธี “แหล่หยื้อแหล่คะ” ซึ่งเป็นพิธีถวายเป็นพระราชกุศลโดยมีการนำใบชาและขิงไปวางไว้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และหมอผีนำสวดเป็นสำเนียงอาข่าก่อนที่จะฉีกใบชาลงพื้นเพื่อแสดงถึงการน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย จากนั้นเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ทะยอยเข้าประกอบพิธีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ลั๊วะ ม้ง ฯลฯ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีการประกอบพิธีกรรมที่แตกต่างกันไป ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันยืนเพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยเป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งพบว่าราษฎรหลายคนร้องไห้และมีความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเพราะในอดีตพื้นที่ภูเขาเขต จ.เชียงราย มีความทุรกันดารและมีกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนไม่ได้สัญชาติไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีปัญหาเรื่องการสู้รบและยาเสพติด กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินการไปทรงเยี่ยมพนกสิกร อ.แม่จัน เมื่อปี 2513 ทำให้ราษฎรจำนวนมากได้สัญชาติไทย ได้รับโอกาสทางการศึกษาและอาชีพทางการเกษตรจนมีความเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน
201610201620154-20021028190531
นายบุญเวทย์ กล่าวว่าพวกเราถือเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยจึงถือว่าเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใดๆ ก็ตาม และที่สำคัญต่างได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่างยังคงซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจึงต้องปฏิบัติตนตามคำสอนของพระองค์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกฝังให้มีความรักสามัคคีกัน ทำมาหากินด้วยความสุจริต แบ่งกันปัน ฯลฯ ต่อไป
ด้านนายอาทู่ จูเตาะ อายุ 64 ปี กล่าวว่าตนอาศัยอยู่บ้านแสนใจ ต.แม่สลองใน อ.แม่จัน ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าเขาเส้นทางคมนาคมไม่สะดวกและชาวบ้านต่างไม่มีอาชีพทำกินเหมือนในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ และทรงให้การพัฒนาอาชีพด้วยการให้ปลูกกาแฟ ชา ฯลฯ โดยทรงพระราชดำรัสแนะนำชาวบ้านถึงวิธีการปลูกพืชต่างๆ ด้วยทำให้ตนซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็กอยู่และครอบครัวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น