กทม.ยันเหตุกู้ภัยวิวาท ไม่ได้เกิดจากคำสั่งการเอราวัณ ย้ำ! แบ่งพื้นที่ชัดเจน ไม่ทับซ้อน
เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ศาลาว่าการ กทม. นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิสยามรวมใจ ที่หน้าห้างโลตัส สาขาพระราม 4 ถนนเกษมราษฎร์ แขวงและเขตคลองเตย เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ว่า ได้รับทราบมาว่ามีการแจ้งเหตุ ทั้งหมด 2 เหตุ ที่แจ้งเข้ามาเอราวัณ จึงประสานแจ้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งออกไปตรวจสอบ เมื่อมูลนิธิฯ ไปถึงและตรวจสอบแล้ว กลับไม่มีเหตุจริง แต่หลังจากนั้น มีการโทรศัพท์ไปแจ้งเหตุที่ศูนย์วิทยุของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อให้ป่อเต็กตึ๊งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น
นพ.สุขสันต์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บของศูนย์เอราวัณ เบื้องต้น มีมูลนิธิที่อยู่ในระบบทั้งหมด 8 มูลนิธิ โดยทั้ง 8 มูลนิธิ จะต้องได้รับการสั่งการจากศูนย์เอราวัณ ซึ่งเหตุทะเลาะวิวาท ที่จะเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเหตุที่เกิดจากการสั่งการภายใต้ศูนย์เอราวัณแต่อย่างใด
“ส่วนมูลนิธิทั้ง 2 แห่ง อยู่ภายใต้หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินนั้น เบื้องต้นการออกปฏิบัติการ ได้มีคณะกรรมการที่มีการประชุมกันทุกเดือน และมีการแบ่งพื้นที่การทำงานกันอย่างชัดเจน ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่จึงไม่ทับซ้อนกันอยู่แล้ว แต่กรณีทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้น จะต้องให้ตำรวจไปสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับคณะกรรมการหน่วยบริการการแพทย์ขั้นพื้นฐาน เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก” นพ.สุขสันต์ กล่าว
ด้าน นพ.ยุทธนา เศรษฐนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) กล่าวชี้แจงว่า ศูนย์เอราวัณ มีหน้าที่รับรองหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามมาตรฐาน และควบคุมมาตรฐานการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ส่วนเรื่องการแบ่งพื้นที่เป็นการคุยกันเองระหว่างมูลนิธิต่างๆ โดยศูนย์เอราวัณ ไม่มีกฎหมายในการมอบอำนาจให้สั่งการดูแลหรือแบ่งพื้นที่ แต่มีการประชุมเพื่อขอความร่วมมือให้แต่ละมูลนิธิช่วยกันเพื่อให้เกิดความสงบสุขหากมีการทะเลาะวิวาทหรือกระทบกระทั่งกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องของคดีอาญาโดยตำรวจจะเป็นผู้ดูแล
“อย่างไรก็ตาม ในฐานะการเป็นพลเมืองไทยจะขับรถไปที่ไหนในประเทศไทยก็คงมีสิทธิ แม้กระทั่งตำรวจคงห้ามไม่ได้” นพ.ยุทธนา กล่าว

