ช็อก!กลับจากเที่ยวสงกรานต์ ถึงกับเข่าทรุด คนร้ายบุกงัดเซฟที่ซ่อนไว้กวาดเกลี้ยงกว่า 10 ล.

18.04.22 | 18:47 น.

ช็อก!กลับจากเที่ยวสงกรานต์ ถึงกับเข่าทรุด คนร้ายบุกงัดเซฟที่ซ่อนไว้กวาดเกลี้ยงกว่า 10 ล.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 เมษายน นายจุฑาศิษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) เข้าพบ ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์ นันตะเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง หลังถูกคนร้ายบุกเข้าไปงัดตู้เซฟภายในห้องนอนชั้น 2 บ้านพักซอยรัชดานิเวศน์ 9 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ได้ทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา


โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห้องนอนชั้น 2 พบตู้เซฟถูกคนร้ายลากออกมากลางห้อง ตรวจดูสภาพถูกงัดด้านหลังเปิดออก พบว่าทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วยทองรูปพรรณน้ำหนัก 60 บาท ทองแท่งน้ำหนัก 90 บาท ชุดเครื่องเพชรมูลค่า 4.5 ล้าน นาฬิกาโรเล็กซ์ 3 เรือน มูลค่า 1 ล้านบาท นาฬิกาแทค ฮอยเออร์ จำนวน 1 เรือน มูลค่า 5 หมื่นบาท รวมมูลค่าประมาณ 10.35 ล้านบาท

เจ้าของบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 14 เมษายน ครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนที่ จ.ชลบุรี ต่อมาวันที่ 16 เม.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. เดินทางกลับมาถึงบ้านพบความผิดปกติหน้าต่างห้องน้ำเปิดออก เมื่อตรวจสอบรอบบ้านพบหน้าต่างและประตูที่ติดตั้งเหล็กดัดบริเวณห้องครัวถูกคนร้ายงัด ทำให้กลอนประตูพังเสียหาย ตอนพบครั้งแรกคิดว่าทรัพย์สินน่าจะปลอดภัยเพราะตัวเซฟมีการติดตั้งซ่อนไว้ในตู้มีการบิลด์อินใหม่หมด ซึ่งตู้เซฟน้ำหนักกว่า 50 กิโล และมีการฝังหมุดยึดกับตัวพื้นห้อง ไม่น่าจะมีใครรู้

Advertisement

แต่พอขึ้นไปดูพบว่าตู้เซฟถูกดึงออกมาจากจุดที่ติดตั้ง โดยตัวตู้ถูกงัดที่ด้านหลังเปิดออก ตกใจว่าทำไมตู้ถึงงัดง่าย มีเพียงแผ่นเหล็กบางๆ แปะไว้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่จะเป็นทรัพย์สินและเอกสารสำคัญอีกจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบพบลิ้นชักถูกงัดเอาเงินสดที่เอาออกมาเตรียมไว้ใช้จ่ายอีกกว่า 1 แสน รวมถึงพระเครื่องในห้องแม่ที่วางบนตู้ จำนวน 2 องค์ หายไปด้วย

และที่เป็นจุดสังเกตถึงความผิดปกติพบว่ามีเก้าอี้วางตามมุมของกำแพงและที่กำแพงมีลักษณะรอยเปื้อนเหมือนมีการลบอะไรบางอย่างออก ซึ่งปกติเก้าอี้จะไม่มีมาวางตรงนี้ ซึ่งมีการเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง ไปแล้ว และตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่มาพักอาศัยอยู่ถูกคนร้ายเข้ามาลักหลอดไฟ สายไฟ และของเล็กๆ น้อยๆ ไประหว่างก่อสร้างบ้าน

สิ่งที่เกิดขึ้นยอมรับว่าผิดที่ไม่ติดกล้องวงจรปิดไว้ ประกอบกับไม่ได้เข้าร่วมโครงการฝากบ้านกับตำรวจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุ วอนเจ้าหน้าที่ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ไวที่สุด เพราะทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายเอาไปเป็นทรัพย์สินของครอบครัว ทั้งของตน แม่ ป้า และคนอื่นๆ ที่นำมาฝากไว้ระหว่างดำเนินการย้ายเซฟที่มีไว้กับธนาคาร

ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่มีคุณค่าทางจิตใจของทุกคน เพราะเป็นมรดกตกทอดจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ที่ผ่านมาไม่มีใครเข้ามาในบ้าน หรือรู้ว่าตู้เซฟตั้งอยู่ตรงไหนแม้แต่ญาติ ยกเว้นช่างที่ติดตั้งตู้เซฟและช่างที่มาทำบิลด์อินที่ซ่อนตู้เซฟ ซึ่งก็ไม่ได้ปรักปรำใคร เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น เพราะคนร้ายไม่แตะต้องทรัพย์สินที่อยู่ชั้นล่าง รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ มีเพียงตู้เซฟและลิ้นชักในห้องนอน 2 ช่องที่คนร้ายงัดเอาทรัพย์สินไปเท่านั้น