ทนายตั้มพาเหยื่อแจ้งความเพิ่ม อดีตรอง หน.พรรคขืนใจ เผยหลักฐานคลิปเสียง

18.04.22 | 16:23 น.

ทนายตั้มพาเหยื่ออีกรายแจ้งความคดีอดีตรอง หน.พรรคขืนใจ

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 18 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พา น.ส.จี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ทำธุรกิจส่วนตัว ผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกนักการเมืองคนหนึ่งลวงไปข่มขืนและกระทำอนาจารมาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม

นายษิทรากล่าวว่า วันนี้ตนนัดผู้เสียหายมาแจ้งความ 6-7 ราย แต่บางรายไม่สะดวกมาแล้ว ซึ่งผู้ที่พามาแจ้งความล่าสุดเป็นผู้อัดคลิปเสียงหลักฐานการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ เหยื่อรายนี้เคยถูกข่มขืนเมื่อปี 2563 แต่คาดว่ายังอยู่ในอายุความ เพราะมีการแก้ไขกฎหมายไม่ให้เป็นคดียอมความได้ ทั้งนี้ ในตอนแรกเหยื่อไม่ยอม จะไปแจ้งความตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่กลัวจะดำเนินคดีไม่ได้ อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังเสนอเงินมาให้เรื่องจบ 2-3 ครั้ง ก็ได้รับไว้ เนื่องจากโดนข่มขู่ว่าพ่อของผู้ก่อเหตุใหญ่มาก แต่ตอนนี้ไม่ได้รับเงินแล้ว

นายษิทรากล่าวอีกว่า ตนไม่กลัวการฟ้องร้องกลับ เพราะเหยื่อทุกคนมั่นใจให้ตนมาดำเนินคดี ถ้าตนกลัวคนอื่นก็เสียขวัญ แต่ยอมรับว่าสับสนเพราะมีเหยื่อเยอะ แต่พฤติการณ์ส่วนใหญ่คือพาเหยื่อไปคุยที่ร้านอาหาร และพาไปขืนใจที่ห้อง แต่มีเหยื่อที่ถูกวางยาจะมาแจ้งความด้วย ส่วนอีกรายถูกกระทำที่ประเทศอังกฤษ จะเข้ามาเป็นพยาน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม

นายษิทรากล่าวว่า ส่วนเรื่องตำรวจยศ พ.ต.อ. ที่เสนอให้เงินปิดปากเหยื่อนั้น ยังไม่มีข้อมูล แต่ได้ให้ผู้ใหญ่ตรวจสอบแล้ว สำหรับเรื่องคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นขบวนการของพรรคก้าวไกลที่จะดิสเครดิตนั้น ยืนยันว่าไม่รู้จักกับคนในพรรคก้าวไกล ตนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หากจะกลั่นแกล้งทางการเมืองตนไปทำคนที่มีโอกาสได้มากกว่า หากผู้ก่อเหตุพยายามบีบบังคับข่มขู่เหยื่อ ตนจะทำเรื่องถอนการประกันตัว ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีใครถอนแจ้งความ แต่บางคนไม่ให้ความร่วมมือต่อ วานนี้เหยื่อควรจะไปที่ศาลเพื่อทำเรื่องค้านการประกันตัวผู้ต้องหา แต่ไม่ไป ขอไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่ให้ดูว่าใครยังสู้ ใครเงียบไป

นายษิทรากล่าวอีกว่า เชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่มีประวัติการรักษาอาการทางจิต แต่ไม่น่านำมาเป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดี เพราะยังไปเป็นวิทยากรได้ มีสติปกติดี หากผู้ก่อเหตุจะซื้อบริการก็ยังได้ แต่คาดว่ามีรสนิยมชอบคนที่ขัดขืน ทั้งนี้ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ที่ประสานกับตนตลอด ทั้งการเตรียมพนักงานสอบสวน และจะให้ผู้เสียหายที่มาแจ้งความทั้งหมดรวมเป็นสำนวนคดีเดียว

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง