เหยื่อ ‘ปริญญ์’ รายที่ 9-14 เข้าแจ้งความ บางรายเคยแจ้งแล้วคดีไม่คืบ หวังชดใช้กรรมในคุก

18.04.22 | 20:17 น.

ทนายตั้มพา ‘เหยื่อคนที่ 9-14’ แจ้งความ สน.ลุมพินี ปมถูกอดีตรอง หน.พรรค ลวนลาม-ข่มขืน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พา ผู้เสียหายรายที่ 9 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


นายษิทราเปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้อายุ 26 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว ถูกผู้ก่อเหตุกระทำการลวนลาม เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ที่คอนโดแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายรู้จักกับผู้ก่อเหตุจากการไปงานต้อนรับรองหัวหน้าพรรค จากนั้นผู้เสียหายได้เดินทางมากรุงเทพฯ โดยผู้ก่อเหตุหลอกว่าจะพาไปรับประทานอาหาร แต่เมื่อไปถึง กลับเป็นห้องคอนโด ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ชักชวนให้ดื่มแอลกอฮอลล์ ร้องคาราโอเกะ และให้มานั่งใกล้ๆ จากนั้นจึงกระทำอนาจารผู้เสียหาย ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายเคยแจ้งความที่ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี

ต่อมา เวลา 18.00 น. นายษิทราพา ผู้เสียหายรายที่ 10 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้เสียหายรายที่ 10 เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่รู้จะแจ้งความอย่างไร จนได้ติดตามข่าว จึงเริ่มเดินทางมาแจ้งความ รู้สึกว่าต้องการได้รับการชดเชยสิ่งที่ผ่านมา เพราะหลังเกิดเรื่องรู้สึกอาย และอดทนอยู่อย่างเงียบๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มจากหลังงานบรรยาย ผู้ก่อเหตุได้ให้รายชื่อติดต่อ และบอกว่ายินดีให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ตนสนใจทำธุรกิจจึงติดต่อไป

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อเดินทางไปถึงห้องทำงานที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุพยายามเชิญชวนให้ดื่มแอลกอฮอลล์ อ้างว่าจะทำให้การพูดคุยราบรื่น แต่เมื่อตนดื่มไปสักระยะรู้สึกแปลกๆ แต่ถูกบังคับให้ดื่มต่อจนหมดแก้ว จากนั้นจึงเริ่มถูกจับมือ จับแขน และถูกข่มขืน เมื่อตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้นพบว่าตนนอนอยู่ข้างป้อม รปภ. หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุยังโทรมาพูดคุยตามปกติ แต่ตนตัดสินใจไม่รับสายและปิดกั้นช่องทางการติดต่อทั้งหมด สุดท้ายนี้ อยากฝากไปถึงผู้ก่อเหตุ ให้ถูกดำเนินคดีถึงที่สุด ชดใช้กรรมในคุก ส่วนตัวรู้สึกขยะแขยงทุกครั้งที่เห็นชายคนดังกล่าวทำหน้าที่วิทยากร โดยเหตุการ์ณเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2559

Advertisement

ต่อมาเวลา 18.20 น. นายษิทราพา ผู้เสียหายรายที่ 11 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้เสียหายรายที่ 11 เปิดเผยว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุตั้งแต่ปี 2556 แต่เหตุเกิดปี 2557 โดยถูกล่อลวงไปที่พักเพราะชายคนดังกล่าวอ้างว่าเป็นสำนักงาน ทั้งที่ตนยืนยันว่าจะพบเจอที่สาธารณะ แต่ผู้ก่อเหตุยืนยันว่าต้องกลับไปเอาของ เมื่อตนไปถึงจึงพบว่าเป็นห้องนอน โดยผู้ก่อเหตุได้ปิดประตูห้องและเริ่มลวนลาม ตนจึงอ้างเหตุผลทุกอย่าง เช่น เป็นประจำเดือน และพยายามขัดชืน แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายเมื่อถูกข่มขืน ตนบอกว่าจะแจ้งความ แต่ผู้ก่อเหตุกลับเยาะเย้ยทำนองว่าจะทำอะไรได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้เสียหายทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน แต่พูดตรงกัน หลังเกิดเหตุตนรู้สึกด้อยค่าตนเอง แต่วันนี้รู้สึกได้ปลดล็อคความรู้สึก ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่องตนป่วยเป็นซึมเศร้าและไม่แปลกใจที่ผู้ก่อเหตุจะปฎิเสธ

จากนั้น เวลา 18.40 น. นายษิทราพา ผู้เสียหายรายที่ 12 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายษิทราเปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้รู้จักกับผู้ก่อเหตุในงานสัมนาที่ไทย ขณะนั้นผู้เสียหายเป็นนักศึกษา ต่อมาได้พบกันบนรถไฟฟ้า ผู้ก่อเหตุได้ขอไลน์ผู้เสียหายไว้ ต่อมาปี 2560 ผู้เสียหายได้พบกับผู้ก่อเหตุที่ประเทศอังกฤษ และชักชวนไปทานอาหาร ซึ่งผู้ก่อเหตุได้นำไวน์ให้ดื่มเพียงไม่กี่แก้ว ผู้เสียหายก็รู้สึกเหมือนภาพตัด และถูกลวนลาม จึงไปแอบในห้องน้ำ เมื่อพนักงานมาช่วย ผู้เสียหายจึงรีบหนีกลับบ้านทันที

เวลา 18.50 น. นายษิทราพา ผู้เสียหายรายที่ 13 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายษิราเปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้อายุ 43 ปี เหตุเกิดเมื่อปี 2550 ขณะที่ผู้เสียหายทำงานในบริษัทต่างชาติ ก็ได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุเพราะทำงานตึกเดียวกัน มีการแลกนามบัตร และโทรศัพท์หากัน เมื่อผู้ก่อเหตุชักชวนให้ดื่มกาแฟที่ตึกแห่งหนึ่งช่วงกลางวัน ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาประชิดตัว จับที่ขา โอบเอว พยายามดึงตัวให้เข้าใกล้ผู้เสียหายจึงพยายามขยับหนี แต่ผู้ก่อเหตุพยายามเอาหน้ามาใกล้ จึงขอตัวกลับ ต่อมา 4-5 วัน ผู้ก่อเหตุพยายามโทรมาชักชวนขึ้นออฟฟิศ ปรากฏว่าเมื่อขี้นไปกลับไม่พบใคร ผู้ก่อเหตุได้ปิดไฟห้อง และชวนเข้าห้องประชุม รวมถึงพยายามลวนลาม จูบปากแล้วพูดทำนองว่าพี่ขอ แต่สุดท้ายผู้เสียหายสามารถหลบหนีออกมาได้

เวลา 18.55 น. นายษิทราพา ผู้เสียหายรายที่ 14 เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายษิทราระบุว่า ผู้เสียหายรายนี้อายุ 31 ปี เหตุเกิดเมื่อปี 2558 โดนผู้เสียหายไปสัมภาษณ์งาน และบังเอิญเจอผู้ก่อเหตุ ได้มีการขอบ้อมูลสำหรับติดต่อ และไปดื่มแอลกอฮอล์ที่บริเวณตึกแห่งหนึ่ง ผู้ก่อเหตุพยายามลวนลาม หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้พยายามคุยเรื่องงานตลอด กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 ผู้ก่อเหตุแจ้งว่าสัมนาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ให้แวะมาคุยงาน ระหว่างนั้นผู้เสียหายยังมาไม่ถึง ผู้ก่อเหตุได้บอกว่าขอขึ้นไปที่คอนโด จึงให้มาที่คอนโดย่านราษฎร์ดำริ ขณะขึ้นไปคอนโดดังกล่าว มีเซลส์ผู้หญิงขึ้นไปด้วย ผู้เสียหายจึงไม่กังวล ขณะที่อยู่ให้ห้องพัก ผู้ก่อเหตุได้คุยกับเซลส์ ส่วนผู้เสียหายถ่ายรูปเล่น แต่เซลส์คนดังกล่าวกลับลงไปโดยที่ผู้เสียไม่ทราบ ผู้ก่อเหตุได้มาสวมกอดจากด้านหลังแล้วลงมือข่มขืน หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หนี