ลุ้น! 22 เม.ย. ศบค.ปรับโซนสี พท.-ยกเลิกตรวจโควิดก่อนเข้าไทย

19.04.22 | 13:49 น.

ลุ้น! 22 เม.ย. ศบค.ปรับโซนสี พท.-ยกเลิกตรวจโควิดก่อนเข้าไทยทุกกรณี สธ.เร่งบูสต์วัคซีนสูงวัยทะลุเป้า 80%


เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงการรับมือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้การติดเชื้ออยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ได้จัดกิจกรรมภายใต้มาตรการของ สธ. ไม่ว่าจะเป็น Covid Free Setting หรือการป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) ไปจนถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ลูกหลานพาผู้ใหญ่ในบ้านไปรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นเรื่องที่ดี และต้องย้ำว่า แม้ผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว แต่ยังคงต้องตระหนักอยู่เสมอ และรณรงค์กันต่อเนื่อง เพื่อให้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) หรือเข็มที่ 3 ในกลุ่มเสี่ยง 608 โดยเฉพาะกลุ่มสูงอายุกว่า 60 ปีขึ้นไป ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ให้ถึงร้อยละ 80

ผู้สื่อข่าวถามถึงการผ่อนคลายมาตรการที่จะเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 (ศบค.) ในวันที่ 22 เมษายนนี้ นายอนุทินกล่าวว่า เชื่อมั่นและพร้อมให้การสนับสนุนทีมแพทย์ คณะกรรมการวิชาการ คณะทำงาน ที่เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ประเมินกันรายวัน

“ในเรื่องการแพทย์มีความสำคัญมาก และสำคัญไม่ต่างกันก็คือ เศรษฐกิจ เราต้องบาลานซ์ให้สามารถไปด้วยกันได้ ด้านการแพทย์ตอนนี้ เรามียาในทุกตระกูลที่มีผลการศึกษาวิจัยว่ามีประสิทธิภาพ ทั้งแพกซ์โลวิด โมลนูพิราเวียร์ แม้แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาฟ้าทะลายโจร ก็มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มอาการน้อยได้ ดังนั้น ด้านเศรษฐกิจ เราก็ต้องเดินหน้าต่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สธ.มีคณะทำงานวิชาการ มีที่ประชุมอีโอซี ที่ปลัด สธ. เป็นประธาน นั่งคุยกันทุกเช้า เชื่อได้ว่า หากสถานการณ์ไม่มีอะไรต้องกังวล สธ.พร้อมคลายนอตทันที และจับตาดูต่ออย่างใกล้ชิด หากมีอะไรที่น่ากังวล ก็จะพิจารณาไขนอตให้แน่นขึ้นเช่นกัน” นายอนุทินกล่าวย้ำ

Advertisement

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันที่ 21 เมษายนนี้ จะมีการประชุม ศปก.ศบค. เพื่อพิจารณามาตรการต่างๆ ร่วมกัน และนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันที่ 22 เมษายนนี้ หลักๆ มาตรการที่จะเสนอ ก็เป็นการผ่อนคลายการเข้าประเทศในระบบ Test and go จากเดิมที่ให้ตรวจ RT-PCR จำนวน 1 ครั้ง ในทันทีที่มาถึงประเทศไทย ก็จะหารือกันว่า จะเสนอให้ปรับเป็นการตรวจด้วย ATK หรือไม่ต้องมีการตรวจหาเชื้อเลย ส่วนรายละเอียด แนวทางดำเนินการอย่างไรนั้น ก็จะมีการหารือในที่ประชุม ศปก.ศบค. เพื่อเสนอให้ ศบค.ตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ก็จะมีการเสนอปรับพื้นที่สี ซึ่งมาตรการต่างๆ ก็จะเป็นไปตามสีของพื้นที่ ทั้งนี้ การติดเชื้อในประเทศมีจำนวนมากกว่าคนที่เดินทางเข้าประเทศ ดังนั้น การผ่อนคลายก็คงไม่มีผลทำให้การติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้นเท่าใดนัก

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ขอให้มีการพิจารณาผ่อนคลายในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยให้เปิดบริการได้นั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการประเมินหลังเทศกาลสงกรานต์ ต้องดูในอีก 2 สัปดาห์ว่า สถานการณ์จะรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่

“ขณะนี้มาตรการในประเทศผ่อนคลายเยอะพอสมควรแล้ว เราต้องประเมิน 2 สัปดาห์นี้ว่า จะกระทบต่อระบบสาธารณสุขหรือไม่ หากไม่มีอะไร ก็จะค่อยๆ ผ่อนคลาย ขอดูข้อมูลอีก 1-2 สัปดาห์” นพ.โอภาสกล่าว