ทนายตั้มเผย เหยื่อรายที่ 15 เป็นไฮโซดัง เข้าพบสน.ลุมพินี ในฐานะพยานแล้ว

20.04.22 | 11:33 น.

ทนายตั้มเผย เหยื่อรายที่ 15 เป็นไฮโซดัง เข้าพบ สน.ลุมพินี ในฐานะพยานแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เมษายน ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายสาวทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งข้อหากระทำอนาจารและข่มขืน รวม 14 คนว่า ตอนนี้มั่นใจในตำรวจว่าถึงแม้หลายคดีจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มีการจัดเก็บพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน สำนวนค่อนข้างแน่น มีจุดบอดเพียงแค่ผู้เสียหายมาช้าไป และเหตุเกิดขึ้นหลายปี แต่ก็ยังไม่ขาดอายุความ ซึ่งพบตัวอย่างในต่างประเทศที่คนใหญ่คนโตถูกดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าเหยื่อไม่กล้าแจ้งความ

ส่วนเหยื่อรายที่ 15 ซึ่งเป็นไฮโซสาว อายุประมาณ 30 ปีนั้น ได้ประสานตนมานานแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวเพราะเป็นผู้มีชื่อเสียง และเข้าให้การกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ในฐานะพยานเมื่อวันก่อนเรียบร้อยแล้ว โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2551 หลังจากเหยื่อพูดคุยกับผู้ก่อเหตุได้ประมาณ 4 เดือน ก็ถูกผู้ก่อเหตุพาไปที่ห้องพักในคอนโดเช่นเดียวกับผู้เสียหายรายอื่นๆ จากนั้นถูกลวนลาม จูบปาก แต่สามารถหลบหนีออกมาได้

นอกจากนี้ ยังมีเหยื่อประสานตนมาอีก 2 คน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ และมีผู้เสียหายบางคนแจ้งตนว่ามีการพยายามจ่ายเงินให้จบเรื่อง ขณะนี้มีผู้เสียหายบางรายไม่ให้ความร่วมมือ และไม่อยากติดต่อกับตน จึงอาจไปยื่นเรื่องกับทางตำรวจ ในเรื่องของบุคคลที่ชักจูงผู้เสียหาย

นายษิทรากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไร เพราะช้าไปแล้ว อีกทั้งพรรคยังไม่มีอำนาจสอบสวน ควรจะทราบพฤติกรรมผู้ก่อเหตุมาก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องทางอินเตอร์เน็ตก็มีเยอะแยะ การที่พรรคออกมาแถลง ตนมองว่าถูกสังคมกดดันมากกว่า

นายษิทรากล่าวอีกว่า ด้านคดีคงยังไม่ส่งฟ้องเร็วๆ นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันผู้เสียหายเป็นพยาน 3 ราย จาก 12 ราย อย่างไรก็ตาม มีผู้ใหญ่ที่สนิทกับตนและหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งเตือนตนว่าให้ระวังโดนพรรคโต้กลับ แต่ยอมรับว่ากังวลว่าจะมีคนแฝงตัวเป็นผู้เสียหาย และทำให้เป็นเกมการเมือง จนทำให้เหยื่อทั้งหมดดูเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา จากนี้ต้องตรวจสอบคนที่ติดต่อมาให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาก็ได้ตรวจสอบทุกกรณี ทั้งจากหลักฐานที่เป็นแชต รวมถึงภาพถ่าย แต่บุคคลที่มาเล่าเหตุการณ์อย่างเดียว ตนก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

Advertisement

นายษิทรากล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่ได้พูดคุยกับผู้เสียหายรายแรกแล้ว เพราะไม่ให้ความร่วมมือ ทราบว่ามีตำรวจยศ พล.ต.ต.นายหนึ่งคอยมาคุยกับแม่ผู้เสียหาย จึงกังวลว่าจะเป็นคนห้ามให้ผู้เสียหายมาคุยกับตน โดยตนให้ทำหนังสือมอบฉันทะ ให้ไปค้านการประกันตัวผู้ต้องหาที่ศาล แต่ผู้เสียหายรายนี้กลับไม่ทำ อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบคลิประหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหาเป็นหลักฐานให้ตำรวจอีกชิ้นแล้ว