แจ้ง 3 ข้อหา ไวยาวัจกรวัดห้วยด้วน ปมยักยอกเงินวัด เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอให้การชั้นศาล
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 เมษายน ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายเสนาะ ทองปรอน อายุ 65 ปี ไวยาวัจกร วัดธารทหาร หรือวัดห้วยด้วน จ.นครสวรรค์ พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พงศ์ปณต บัวแก้ว รอง ผกก.4 บก.ปปป. เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง, ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 เป็นเจ้าพนักงานของรัฐใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ” จากกรณีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตยักยอกเงินของวัดธารทหาร หรือวัดห้วยด้วน อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ มาเป็นของตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเชิญตัวนายเสนาะมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ตุลาคม 2564 ได้มีกลุ่มลูกศิษย์ของพระราชมงคลวัชราจารย์ (พัฒน์ ปุญฺญกาโม) หรือหลวงพ่อพัฒน์ ปญฺญกาโม เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน เข้าร้องทุกข์กับทาง บก.ปปป. ให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน และคนใกล้ชิด ที่มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด หลังพบมีพฤติการณ์ต้องสงสัยทุจริตยักยอกเงินของวัดห้วยด้วน และมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการกิจนิมนต์ และการดูแลสุขภาพของพระราชมงคลวัชราจารย์ พร้อมขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้
จนกระทั่งมีการตรวจสอบพบว่า ช่วงระหว่างปี 2563-2564 มีประชาชนผู้ใจบุญมีจิตศรัทธานำเงินมาทำบุญมอบให้วัดเป็นเงินรวมกว่า 200 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีบางส่วนประมาณ 30-40 ล้านบาท ที่วัดได้นำไปใช้ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม หรือสร้างโรงเรียนให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่วนที่เหลือไม่ทราบว่าถูกนำไปใช้ทำอะไร หรือนำไปเก็บไว้ที่ใด เจ้าหน้าที่จึงไล่แกะรอยเส้นทางการเงินของกลุ่มไวยาวัจกร และคนใกล้ชิดพระราชมงคลวัชราจารย์ ได้แก่ นายเสนาะ, นางชัญญา เพชรสายบัว อายุ 57 ปี และนางบุญเชิด สุขจิตร อายุ 58 ปี ก่อนพบหลักฐานที่แน่ชัดแล้วว่าทั้ง 3 ราย มีการนําเงินของวัดไปเข้าบัญชีในชื่อตนเอง รวมเป็นเงิน 63,034,470 บาท จึงได้อายัดเงินดังกล่าวนำกลับมาส่งมอบคืนให้กับพระราชมงคลวัชราจารย์ ก่อนเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 คนมาสอบปากคำ พร้อมเร่งติดตามเงินส่วนที่เหลืออีกหลายสิบล้านบาทกลับมาคืนวัด ก่อนจะมีการสรุปสํานวนการสอบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา จนมีความเห็นให้ส่งคดีดังกล่าวกลับมาให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงนำกำลังเข้าตรวจค้น เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 3 ราย มาตรวจสอบที่ไปที่มาให้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากเงินวัดส่วนที่หายไปหรือไม่ นำมาสู่การเชิญตัวนายเสนาะมาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำ นายเสนาะยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับขอให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนอนุญาตให้ได้รับปล่อยตัวชั่วคราว โดยจะนัดหมายให้มาเข้าพบอีกครั้งในภายหลัง

