‘อัจฉริยะ’ ยัน ‘แตงโม’ ไม่ได้ตกท้ายเรือ มั่นใจ ‘แซน’ ให้การเท็จ พร้อมเปิดหลักฐาน 26 เม.ย.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงแรมอัณนา นาวา ถ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งวันนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผยรูปและคลิปหลักฐานเด็ด เพิ่มเติมในคดี ดาราสาวแตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตหรู เสียชีวิตปริศนา ท่ามกลางกระแสสังคมและประชาชนให้ความสนใจกันทั่วประเทศ โดยมี นายดายศ หรือต่อย เดชจบ พี่ชายของแตงโม และโปรดิวเซอร์ยุง ผู้เชี่ยวชาญการตัดต่อวิดีโอ เข้าสังเกตการณ์ในการแถลงแฉหลักฐานเด็ดในครั้งนี้ด้วย

นายอัจฉริยะกล่าวว่า เชื่อว่าหลักฐานที่เปิดวันนี้ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน จะมีด้วยกัน 3 เวอร์ชั่น โดยอีก 2 เวอร์ชั่นจะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าแตงโมไม่ได้ตกที่ท้ายเรือ แต่เป็นการตกจากหัวเรือ โดยเจ้าตัวเองได้มียกตัวอย่างบาดแผลบริเวณต้นขาข้างขวา ที่ยังไม่มีใครสรุปได้แม้แต่คนเดียว แต่ทางด้านสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้มีการออกมายืนยันว่าบาดแผลนั้นเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต และร่องรอยบาดแผลดังกล่าวไม่ได้เป็นต้นเหตุให้ทาง “แตงโม” เสียชีวิต
จากผลการตรวจชันสูตรแตงโมจากโรงพยาบาลตำรวจนั้นระบุว่า บาดแผลที่ต้นขาขวาด้านในนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้แตงโมเสียชีวิต ซึ่งนายอัจฉริยะได้ระบุว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดบาดแผลตรงนี้ได้คือ
1.บาดแผลเป็นลักษณะของบาดแผลรอยตัดคมมากแล้วไม่มีรอยช้ำเกิดขึ้นรอบแผล ต้องเป็นระดับมีดผ่าตัดคัตเตอร์กระจกหรือขวดแก้วแตกกรีดหรือเปล่า นอกจากลักษณะแผลแล้วทิศทางเป็นอย่างไร กลไกการเกิดอาการบาดเจ็บเป็นอย่างไร
2.ถ้าเกิดบาดแผลในน้ำน่าจะพุ่งกระจายไปกับสายน้ำยิ่งหยุดยากบวกกับเป็นน้ำจืดซึ่งมีความเข้มข้นน้อยกว่าเลือด เลือดก็จะยิ่งไหลออกมามากและเลือดจะแข็งตัวได้ยาก แต่ก็สามารถเกิดเลือดแข็งตัวที่ติดเสื้อผ้าได้
บาดแผลที่เกิดจากใบพัดเรือขนาดมีลักษณะฉีกขาดแผลลึกและขนานกับใบพัด 3 แฉก ซึ่งหมุน 3200 rpm กระทบร่างกาย 9600 ความเร็วต่อวินาที 1 หรือ 160 ครั้งต่อวินาที งานวิจัยจำนวนมากบรรยายถึงบาดแผลจากใบพัดเรือในทำนองเดียวกัน
ประเด็นสำคัญที่ทางตนเองอยากจะออกมาพูดวันนี้ คือส่วนตัวมองว่าคดีของแตงโมนั้นมีขบวนการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ พร้อมเปิดคลิปขณะที่เรือลำที่เกิดเหตุช่วงที่มีการมาเติมน้ำมัน จะมีช่วงหนึ่งที่แตงโมและกระติก หวีผมอยู่บนเรือ ซึ่งหากตำรวจหรือเจ้าหน้าที่พบเส้นผมของแตงโมบริเวณเรือลำที่เกิดเหตุจริงทำไมถึงเจอแต่เส้นผมของแตงโม กลับไม่เจอเส้นผมของกระติกหรือเส้นผมของบุคคลอื่น

จากนั้น นายอัจฉริยะได้เปิดภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บหลักฐานที่เรือสปีดโบ๊ต พร้อมกับบอกว่า ทางพิสูจน์หลักฐานที่มาเก็บหลักฐานตั้งแต่วันที่ 1-3 ไม่มีวันไหนเลยที่จะมาเจอเส้นผม กระทั่ง 1 มีนาคม เจ้าหน้าที่ได้มาเก็บตัวอย่างเส้นผม ซึ่งนายอัจฉริยะถามว่า รู้ได้อย่างไรว่ามีเส้นผมในวันนี้ ซึ่งปรากฏว่ามีเส้นผม 1 เส้นอยู่บริเวณใต้เรือด้านหลังทางด้านขวา
สอดคล้องกับข้อมูลที่น่าตั้งข้อสังเกตคือเรื่องของการเก็บวัตถุพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นผม หากย้อนดูไทม์ไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและ พฐ.เข้าตรวจค้นเรือหาวัตถุพยาน ครั้งที่ 1 ช่วงวันที่ 26 ก.พ.2565 เวลา 11.00 น. ที่บริเวณอู่เก็บเรือ NBC ไม่พบเส้นผมดังกล่าว ครั้งที่ 2 ช่วงเวลาวันที่ 28 ก.พ.2565 เวลา 18.00 น. ที่บริเวณอู่เก็บเรือ NBC ก็ไม่พบเส้นผมดังกล่าว ครั้งที่ 3 ช่วงเวลาวันที่ 29 ก.พ.2565 เวลา 13.00 น. ที่บริเวณอู่เก็บเรือ NBC ยังไม่พบเส้นผมดังกล่าว ครั้งที่ 4 ช่วงเวลาวันที่ 1 มี.ค. เวลา 16.30 น. ที่บริเวณอู่เก็บเรือ NBC กลับพบเส้นผมจำนวนหนึ่งบริเวณท้ายเรือ ตรงด้านล่างซ้าย ครั้งที่ 5 ช่วงวันที่ 2 มี.ค. เวลา 23.30 น. ที่บริเวณอู่เก็บเรือ NBC กลับพบแก้วไวน์และแก้วแชมเปญ

ซึ่งจากข้อมูลข้างตน ตนเองเลยตั้งข้อสังเกตว่าการเก็บวัตถุพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นผม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจเจอในช่วงวันที่ 1 มี.ค. หลังจากที่เวลาล่วงเลยไปหลายวัน จากครั้งแรกที่มีการเก็บวัตถุพยานหลักฐานตั้งแต่วันที่ 26, 27, 28 ก.พ. แต่กลับไม่เจอ ทำไมถึงมาเจอ พร้อมยกตัวอย่างภาพวันที่ 28 ก.พ. ที่มีชายคนหนึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรือ ยืนอยู่ตรงกับจุดที่มาพบเส้นผมภายหลัง แต่ทำไมเขาเองถึงไม่เห็นตั้งแต่วันนั้น ค่อนข้างน่าสงสัย เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อให้สอดรับกับคำให้การของ “แซน” ที่อ้างว่าแตงโมจับขาและพลัดตกลงไป
ตนเองเลยอยากจะถามไปยัง “ผบช.ภ.1” ว่าทำไมหามาหลายวันแล้วไม่เจอ ถึงมาเจอเอาวันที่ 4 พร้อมฝากถามถึงข้อสงสัย 3 ข้อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอธิบาย หรือตอบกลับ คือทำไมถึงเจอเฉพาะท้ายเรือ ทำไมถึงเจอเฉพาะของแตงโม เส้นผมแตงโมมาจากไหน ใครเป็นผู้เอามาติดไว้ที่เรือ ในการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ นายอัจฉริยะเชื่อว่า แซน วิศาพัช โกหก เพราะตนเองมีหลักฐานว่า แซนไม่ได้อยู่ท้ายเรือ และคนถ่ายน่าจะเป็นจ๊อบมากกว่า เพราะมีหลักฐานตอนที่จ๊อบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป การที่แซนบอกว่าตัวเองเป็นคนถ่ายก็เพื่อจะเพิ่มน้ำหนักว่าตัวเองอยู่ที่ท้ายเรือ
หากว่าหลังจากนี้วันที่ 26 เม.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปิดสำนวนคดี “แตงโม” แล้ว ส่วนตัวมองยังไง หลังจากที่ออกมาเปิดหลักฐานชิ้นนี้ ทางเจ้าตัวยืนยันว่าหากทางพนักงานสอบสวนคดี “แตงโม” เห็นหลักฐานของตนแล้ว เชื่อว่าเขาเองคงจะต้องนำไปพิจารณา และเชื่อว่าทางอัยการนนทบุรีเองก็ยังคงไม่รับฟ้องหากเห็นหลักฐานของตนแล้ว
“ขอเวลาอีกหน่อย แล้วจะเปิดหลักฐานเด็ดอีก 2 ชิ้นต่อไป โดยให้เหตุผลว่าที่ไม่เปิดวันนี้เพราะตำรวจมาดูเยอะ และพวกเขาต้องการจะรู้ว่าเรามีไพ่อะไร เพื่อที่จะเตรียมการปิดคดีในวันที่ 26 เมษายน 2565 นี้”

นายอัจฉริยะยังได้เปิดโชว์คลิปเด็ด อ้างเป็นกล้องวงจรปิดจับภาพวินาที “แตงโม” นั่งยองท้ายเรือจริง แต่ไม่ได้พลัดตก ยังเห็นเงาว่าเจ้าตัวเดินจากท้ายเรือไปด้านหน้า สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนมี เชื่อว่าแตงโมตกจากด้านหน้าเรือ เป็นเหตุฆาตกรรมจากความเมาและอารมณ์ทางเพศ
และว่า พรุ่งนี้ (21 เม.ย.) ประมาณ 10.00 น. จะเดินทางไปยัง “กองบังคับการปราบปราม” เพื่อแจ้งความเอาผิดกับทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบคดีแตงโมยกชุด ในข้อกล่าวหามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เหตุปล่อยปละละเลยให้บุคคลภายนอกเข้ามาสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เรื่องของเส้นผมแตงโมท้ายเรือ อีกทั้งส่วนตัวยืนยันว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นมีบุคคลมีสีอยู่เบื้องหลังแน่นอน ส่วนพยานบุคคลอื่นๆ ที่มีชื่อเข้ามานั้น ยอมรับว่าบางคนอาจจะเป็นแพะ อาทิ กุนซือที่ชื่อเอ็ม เขาเองตกเป็นแพะจากคนมีสีที่อยู่เบื้องหลัง

