รองผบช.น. เผยมี 15 ผู้เสียหาย ไม่มีเหยื่ออดีตรองหน.พรรคถอนแจ้งความ เผยกังวลข้อหาอนาจารยอมความได้

20.04.22 | 19:28 น.

รองผบช.น. เผยมี 15 ผู้เสียหาย ยันไม่มีเหยื่ออดีตรองหน.พรรคดังถอนแจ้งความ เผยกังวลข้อหาอนาจารกระทำลำพังยอมความกันได้


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เปิดเผยกรณีผู้เสียหายสาวทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งข้อหากระทำอนาจารและข่มขืนกว่าสิบราย ว่า ในวันนี้ได้มาติดตามการรับแจ้งความ หลังมีเหยื่อ 9 รายมาแจ้งความวานนี้ และอีก 1 รายมาแจ้งก่อนหน้านี้ รวมผู้เสียหายในพื้นที่ บช.น. 15 ราย ได้แก่ สน.ลุมพินี 14 ราย และ สน.ห้วยขวาง 1 ราย รวมทั้ง ยังมีผู้เสียหายใน จ.เชียงใหม่ 1 ราย, จ.เพชรบุรี 1 ราย และนอกประเทศอีก 1 ราย พร้อมรับคำร้องทุกข์เพิ่ม 8 คดี จากเดิม 3 คดี โดยในจำนวนนี้ ขาดอายุความ 2 ราย ซึ่งทุกคดีแบ่งตามพฤติการณ์ก่อเหตุว่าเข้าข่ายอนาจารหรือข่มขืน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคดีที่มีเหยื่อ 1 รายซึ่งปรากฏคลิปเสียงในข่าว เนื่องจากมีความลังเลใจในเรื่องความสัมพันธ์ เพราะหลังเกิดเหตุที่เหยื่อถูกกระทำนั้นก็ยังคงติดต่อกับผู้ต้องหา ส่วนคดีใหม่ทั้ง 9 คดีนั้น ตำรวจจะตรวจสอบพยานหลักฐานก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เนื่องจากบางคดีผ่านมานาน ทั้งนี้ ภายหลังการพิจารณาแต่ละคดีแล้วเสร็จ หากมีพยานหลักฐานก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสามารถออกหมายจับได้ในคดีที่มีโทษจำคุกเกิน 3 ปี

พล.ต.ต.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ในการตรวจค้นคอนโดฯที่เกิดเหตุในคดีข่มขืนนั้น เรื่องผ่านมา 1 ปีแล้ว ในการตรวจสอบแม้จะหาหลักฐานได้น้อยก็ต้องทำ โดยได้เก็บวัตถุพยานต่างๆ ส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำบันทึกมาเปรียบเทียบคำให้การผู้กล่าวหาว่ามีน้ำหนักเพียงใด ยืนยันว่า 3 คดีแรกของสน.ลุมพินี ผู้กล่าวหายังคงยืนยันคำให้การเดิม ว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหา ตำรวจจึงไม่หนักใจเพราะมีหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ที่กังวลคือข้อหาอนาจาร หากกระทำกันเพียงลำพัง สามารถยอมความได้ และคดีมีอายุความ 3 เดือน ซึ่งหากส่งสำนวนถึงอัยการ รวมถึงมีการไกล่เกลี่ย ผู้เสียหายสามารถไม่เอาความผู้ก่อเหตุได้

พล.ต.ต.ไตรรงค์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนคดีเมื่อปี 2563 ที่ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีความคืบหน้า ผกก.สน.ลุมพินี ได้ตรวจสอบแล้ว แต่ต้องสอบถามผู้เสียหายอีกครั้ง เพราะกลับมาให้การในลักษณะที่ลังเลว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีตำรวจชั้นนายพลพยายามไกล่เกลี่ยผู้เสียหายให้ไม่เอาผิดนั้นยังไม่ทราบ ส่วนคดีที่มีผู้เสียหายอ้างว่าถูกวางยา ได้รับเลขคดีไว้ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วว่าจะมีการเรียกหรือดำเนินการอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

Advertisement

พล.ต.ต.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท เข้าไปตะโกนและจอดรถขวางทางเข้าออก ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคอนโดของผู้ถูกกล่าวหาย่านสุขุมวิทซอย 3 นั้น ทางสน.ลุมพินี ได้รายงานเหตุมายังกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) เพื่อรายงานให้ บช.น. พิจารณาแล้ว หากเป็นการทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ อ้างว่าอาจมีผู้เสียหายเข้ามาสร้างเรื่องเพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมืองนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีการสร้างเรื่องจริง ก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ มีโทษจำคุก 5 ปี ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้การชี้จุดเกิดเหตุที่คอนโดย่านสุขุมวิทซอย 3 นั้น ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากเป็นผู้เสียหาย ไม่มีข้อบังคับให้ผู้เสียหายมาชี้จุด เว้นแต่เป็นเรื่องจำเป็น จะมีเพียงผู้ต้องหาเท่านั้นที่เป็นกรณีบังคับ ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายหลายรายจึงไม่จำเป็นต้องไปชี้จุดเกิดเหตุทั้งหมด รวมถึงอาจทำให้จุดเกิดเหตุปนเปื้อน ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรม จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ถ่ายวิดีโอและทำแผนผัง ก่อนให้ผู้เสียหายมาชี้จุดตามที่จัดทำไว้ เพื่อประกอบสำนวนคดี แต่ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ