โฆษกศาลยุติธรรมยัน ศาลพิจารณาคดีเปิดเผย ไม่มีปกปิดชื่อผู้พิพากษา ส่วนประเด็นองค์คณะเตือนเฉพาะการกระทำเข้าข่ายข่มขู่ผู้พิพากษา
จากกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความเห็นเรียกร้องให้สามารถตรวจสอบชื่อผู้พิพากษาที่มีคำสั่งคำร้องต่างๆ โดยเฉพาะคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลยคดี 112 โดยอ้างว่าเพื่อให้สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจของศาลได้นั้น
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ศาลยุติธรรมพิจารณาโดยเปิดเผย ตามปกติคู่ความที่เกี่ยวข้องในคดีย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าผู้พิพากษาท่านใดเป็นผู้มีคำสั่ง หรือคำพิพากษาในสำนวนของตัวเอง อีกทั้งเมื่อผู้พิพากษาจะมีคำสั่งในคำร้องใด หรือคำพิพากษาใดๆ ผู้พิพากษาก็จะต้องลงลายมือชื่อในคำสั่ง หรือคำพิพากษานั้นๆ อยู่แล้ว
โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า กรณีที่ผู้พิพากษาศาลอาญาได้กล่าวในการไต่สวนปล่อยชั่วคราวคดีหนึ่ง ไม่ได้มีการห้ามการเปิดเผยชื่อผู้พิพากษา แต่เป็นการตักเตือนการกระทำที่นำชื่อผู้พิพากษา ตลอดจนบุคคลในครอบครัวไปกระทำการในลักษณะที่เป็นการคุกคาม และยุยงให้มีการแสดงการปองร้าย อันเป็นการแสดงความเห็น ซึ่งไม่ใช่ทางวิชาการ ผู้พิพากษาที่ไต่สวนจึงได้ตักเตือนการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการข่มขู่คุกคามผู้พิพากษาเท่านั้น
ด้าน แหล่งข่าวผู้พิพากษา บอกว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้พิพากษาทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ให้ไปดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 187 ระบุว่า คําสั่งระหว่างพิจารณาอย่างน้อยต้องมี 1.วันเดือนปี 2.เหตุผลตามกฎหมายในการสั่ง และ 3.คําสั่ง เท่านั้น ไม่ได้ระบุให้ต้องลงชื่อผู้พิพากษาที่มีคำสั่ง นอกจากนี้ ยังมีระเบียบประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ว่า ให้ผู้พิพากษาที่อนุญาต หรือไม่อนุญาตในคำสั่งขออนุญาตฎีกา แค่เพียงลงลายมือชื่อเป็นลายเซ็นไว้เท่านั้นก็ได้ ไม่ต้องลงชื่อนามสกุลเป็นตัวบรรจง จึงมีการปรับมาใช้กับการสั่งคำร้องระหว่างการพิจารณาคดีต่างๆ ด้วย ซึ่งเป็นมาตรการบริหาร โดยมีกฎหมายให้อำนาจ เพื่อความปลอดภัยของผู้พิพากษาไม่ถูกคุกคาม

