รองผบช.น. ยัน พล.ต.ต. ไม่เคยยุ่งเกี่ยวคดี เผยสัปดาห์หน้า เตรียมขอศาลออกหมายจับเพิ่ม

22.04.22 | 11:07 น.

รอง ผบช.น. เผย สัปดาห์หน้ามีคืบหน้าคดีอดีตรอง หน.พรรค ยัน พล.ต.ต. ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับคดี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. ดูแลด้านกฎหมายและคดี เข้าติดตามดูสำนวนคดีที่มีหญิงผู้เสียหายหลายสิบราย เข้าแจ้งความเอาผิดอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่รายหนึ่งในข้อหากระทำอนาจารฯ และข่มขืนกระทำชำเรา


พล.ต.ต.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายในคดีทั้งหมด 15 ราย แบ่งเป็นคดีข่มขืน 3 ราย อนาจาร 7 ราย ข่มขืนและอนาจาร 1 ราย อนาจารและพรากผู้เยาว์ 1 ราย ขาดอายุความ 1 ราย คดีต่างประเทศ 1 ราย และกำลังพิจารณาว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ 1 ราย ซึ่งคดีที่ สน.ลุมพินี มี 9 ราย โดยมีคดีของผู้เสียหายที่มีคลิปเสียงการสนทนากับผู้ต้องหา ซึ่งตอนแรกผู้เสียหายประสงค์ให้การเป็นพยานเท่านั้น เพราะได้รับการชดใช้มาส่วนหนึ่งแล้ว แต่ตำรวจพิจารณาแล้วว่าเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ จึงกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อรับเป็นคดี

“ส่วนกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม อ้างว่ามีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. เข้ามาแทรกแซงคดีนั้น เมื่อวานนี้ พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี ได้พูดคุยกับแม่ของผู้เสียหายในคดีแรก พบว่ายังยืนยันที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งตำรวจนายนี้เป็นข้าราชการบำนาญเกษียณราชการ ที่ฝ่ายผู้เสียหายมีความเคารพนับถือและรู้จักมานาน จึงได้สอบถามเรื่องข้อกฎหมาย ยืนยันว่าอดีตตำรวจนายนี้ ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับคดีหรือแม้แต่ติดต่อพนักงานสอบสวนเข้ามา โดยฝ่ายผู้เสียหายยังคงเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ ยังไม่มากลับคำให้การหรือถอนการแจ้งความ เพียงแต่ต้องการความเป็นส่วนตัว เชื่อว่านายษิทราอาจเข้าใจผิด”

Advertisement

พล.ต.ต.ไตรรงค์ ยืนยันว่า นับตั้งแต่รับคดีวันแรก ก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือกดดันการทำงานของตำรวจ ซึ่ง ผบ.ตร.ได้กำชับให้ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม รวดเร็วและรอบคอบ โดยคดีแรกที่รับไว้ จะปิดสำนวนได้ในเวลาไม่นาน เพียงแต่รอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา โดยในสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าเรื่องการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ที่ส่งเสียงโวยวายและต่อว่าเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้นคอนโดผู้ต้องหาย่านสุขุมวิทซอย 3 นั้น ฝ่ายกฎหมายตำรวจนครบาล 5 พิจารณาแล้วว่ามีความผิด 2 ข้อหา ฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ผ่านการพิมพ์ข้อความทางเฟซบุ๊ก จึงได้ส่งเรื่องให้ ผกก.สน.ลุมพินี แจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งจะมีการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเร็วๆ นี้