ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ที่ชุมชนนสุขสวัสดิ์ ต.พระบาท อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ประชาชนในชุมชนยังคงให้ความสนใจเลือกซื้อผักปลอดสารพิษของเด็กนักเรียนผู้พิการทางสายตา จากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดลำปาง ที่เดินเกาะไหล่กัน เพื่อนำผักมาขายให้กับประชาชนในชุมชนดังกล่าว เพื่อหารายได้ในช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน เนื่องจากทางครอบครัวเด็กนักเรียนผู้พิการส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน จึงได้รวมกลุ่มกัน เพื่อทำปลูกผัก และช่วยนำออกไปขาย สำหรับแปลงผักที่ปลูกนั้นจะเน้นปลอดสารพิษ โดยเด็กนักเรียนจะปลูกบริเวณพื้นที่หลังโรงเรียน
นายทิพวรรณ ศรีมะระอ่อน อายุ 31 ปี นักเรียนฝึกอาชีพนวดแผนไทย และการการเกษตร โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดลำปาง บอกว่า ตนเอง พร้อมด้วยเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนได้ช่วยกันปลูก และดูแลแปลงผัก ที่ปลูก โดยจะเน้นการปลูกผักปลอดสารพิษ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการบำรุง หรือป้องกันแมลง แต่จะปลูกในโรงเรือนการเกษตร และหมั่นดูแลรดน้ำ เมื่อผักโตขึ้น ก็จะมีเด็กนักเรียน ทำหน้าที่นำออกไปจำหน่ายในช่วงเช้าวันหยุด หรือช่วงเย็นหลังเลิกเรียน สัปดาห์ละ 1 – 2 วัน เพื่อหารายได้พิเศษ

“เด็กนักเรียนทุกคนถึงแม้จะเป็นผู้พิการทางสายตา อยู่กับความมืดมิด และไม่เห็นอะไร แต่เราก็หูได้ยิน ทุกวันก็จะรับฟังข่าวสารต่างๆ ทางวิทยุ และโทรทัศน์ สำหรับในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่เกิดเหตุการณ์นี้นักเรียนทุกคนต่างมีความรู้สึกที่เหมือนกับประชาชนคนไทยทุกคน เราได้ยินข่าวประกาศทางเสียง และอดที่จะเสียใจไม่ได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงงาน ได้ห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเสมอมา และถึงแม้พระองค์ท่าจจะทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ก็ยังทรงทำงานหนัก เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม และดูแลปัญหาทุกสุขของแผ่นดินไทย และชาวไทยในทุกพื้นที่อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย หรือย่อท้อ”
ฉะนั้น เราที่มีความพิการทางสายตา ถึงแม้จะไม่เคยเห็นพระองค์ท่าน เพราะดวงตาอันมืดมิดนี้ แต่ก็รู้สึกปลาบปลื้ม และสำนึกในพระมหากรุณาธฺคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ท่านทรงดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามานานแสนนาน ทำให้บรรดานักเรียนผู้พิการทางสายตา ก็ไม่ย่อท้อในสิ่งที่เราเป็น แต่กลับมีความตั้งใจที่จะดำรงชีวิตอย่างไม่ย่อท้อ และอยู่อย่างพอเพียง

