ศาลให้ประกันแกนนำกลุ่ม “ทะลุวัง”ผิด ม.112 กำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมเสื่อมเสียสถาบันฯ

22.04.22 | 18:35 น.

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สนธิกำลังร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุม น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี น.ส.สุพิชฌาย์ หรือเมนู (สงวนนามสกุล)อายุ 20 ปี และ น.ส.พลอย (เยาวชน) อายุ 17 ปี 3 สมาชิกกลุ่มทะลุวัง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาความผิดตาม มาตรา 112 และ เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับความมั่นคง พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และ เสื้อผ้าเชิงสัญลักษณ์ที่สวมใส่ในการทำกิจกรรมทางการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง ไว้เป็นของกลาง ได้บริเวณป้อมตำรวจทางหลวงชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ที่มีเนื้อหาหรือข้อความหมิ่นเบื้องสูง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และสืบทราบว่าทั้ง 3 คนกำลังขับรถมุ่งหน้ามาเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงจับกุมตัวดังกล่าว ก่อนจะนำตัวมาทำการสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เจ้าหน้าที่จะดำเนินขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ระหว่างเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมาสอบปากคำที่ บช.ก.มีกลุ่มมวลชนประมาณ 20 คน รวมกลุ่มจัดกิจกรรมเรียกร้องขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อยู่ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.

ต่อมาพนักงานสอบสวน ปอท. ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ประกอบด้วย น.ส.ณัฐนิช และน.ส.สุพิชฌาย์ โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีการทำกิจกรรมทางการเมืแงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านสถาบันฯ ซึ่งมีการโพสต์ภาพถ่ายและวิดีโอเกี่ยวกับการทำกิจกรรมผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อทะลุวัง เพื่อเผยแพร่แนวคิดต่อต้าน และด้อยค่าต่อสถาบันฯ โซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ
โดยขอยื่นฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.- 3 พ.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 4 ปากและรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา ซึ่งการฝากขังพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วยเนื่องจากมีอัตราโทษสูง และ เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ส่งผลต่อรูปคดี และอาจจะกระทำผิดซ้ำอีก โดยผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์หลบหนี มีการ ขับรถหนีไปยัง จ.เพชรบุรี จนถูกจับกุม

ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง มีคนรู้จักผู้ต้องหา มายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง โดยศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองตั้งแต่ชั้นสอบสวนนี้ตลอดไปจนถึงชั้นพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะหรือทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือกระทำการหรือร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในอันที่จะให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อสถาบันฯ ในระหว่างการปล่อยชั่วคราว และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุก 30 วันจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน ส่วนผู้ต้องหาอีกรายถูกเเยกดำเนินคดีตามขั้นตอนของศาลเยาวชน

Advertisement