หน้าแรก ในประเทศ เผยที่มาคำขวั...

เผยที่มาคำขวัญติดทั่วบ้านทั่วเมือง”ด้วยพระเมตตาบารมี ชุมพรวันนี้สุขร่มเย็น”!

21.10.16 | 17:35 น.

หากย้อนหลังไปก่อนปี 2541 จังหวัดชุมพรมักถูกขนานนามว่า “ชุมพรเมืองน้ำท่วม” เนื่องจากมีอุทกภัยเกิดขึ้นปีละหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะตัวเมืองชุมพรมักได้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ชาวชุมพรต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล อุทกภัยครั้งใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมพร เช่น น้ำท่วมใหญ่ในปี 2531 น้ำท่วมใหญ่จาก พายุไต้ฝุ่นเกย์ ในปี 2532 และน้ำท่วมใหญ่จาก พายุโซนร้อนซีต้า ในปี 2540

หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนิน โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ (แก้มลิงหนองใหญ่) ใน ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร เพื่อใช้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำที่ไหลบ่าลงมาจาก ลุ่มน้ำท่าแซะ และ ลุ่มน้ำรับร่อ อ.ท่าแซะ ในช่วงที่เกิดฝนตกหนัก และ โครงการขุดคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใน ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร เพื่อระบายน้ำจากแก้มลิงหนองใหญ่ลงสู่ทะเลที่อ่าวพนังตัก ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร ก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมืองชุมพร ทำให้ตัวเมืองชุมพรรอดพ้นอุทกภัยมาเป็นเวลา 19 ปีแล้ว

201610211700453-20021028190522

เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 14 ซึ่งกำกับดูแลโครงการชลประทาน จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง พร้อมด้วย นพดล มีวิเศษ นายช่างชลประทานอาวุโส หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทานชุมพร ได้ร่วมกันตรวจสอบโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.ชุมพร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมในปลายปีนี้ โดยเฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นผู้กล่าวถวายรายงานเมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานเปิดป้ายโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ และทอดพระเนตรโครงการ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2541 อยากบอกว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากทำให้ตัวเมืองชุมพรรอดพ้นจากน้ำท่วมแล้ว ยังทำให้ชาวชุมพรมีการเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรด้วย

“ตลอดเวลา 19 ปีที่ผ่านมา แก้มลิงหนองใหญ่สามารถทำหน้าที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคลองหัววัง-พนังตัก ก็ทำหน้าที่ในการระบายน้ำจากแก้มลิงหนองใหญ่ลงสู่ทะเลได้อย่างเต็มกำลัง โดยมีประตูระบายน้ำหัววัง ประตูระบายน้ำสามแก้ว ประตูระบายน้ำพนังตัก ประตูระบายน้ำท่าตะเภา และประตูระบายน้ำข้างเคียงต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่างๆ เป็นอย่างดี” เฉลิมเกียรติ กล่าว

Advertisement

201610211700452-20021028190522

เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ในปัจจุบัน ทันทีที่ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะมีฝนตกมากน้อยเพียงใด โครงการชลประทานชุมพรจะคำนวณว่าแก้มลิงหนองใหญ่ต้องมีการพร่องน้ำหรือไม่ ประตูระบายน้ำแต่ละบานต้องเปิด-ปิดให้สอดรับกันอย่างไร รวมทั้งการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย จากข้อมูลของโครงการชลประทานชุมพรก็พบว่า ชาวชุมพรใช้น้ำประปาปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นน้ำที่มาจากลุ่มน้ำท่าแซะ ลุ่มน้ำรับร่อ และลุ่มน้ำท่าตะเภา ดังนั้น ชาวชุมพรทุกคนจึงจำเป็นต้องช่วยกันรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำอย่างเคร่งครัด

“นอกจากนั้น คลองน้ำหัววัง-พนังตัก ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวชุมพร เพราะมีการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงชิงถ้วยพระราชทาน ที่จัดกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 ชาวชุมพรทุกคนจึงต้องช่วยกันดูแลว่าคุณภาพน้ำในคลองระบายน้ำเป็นอย่างไร หากพบว่าเค็มไป กร่อยไป หรือมีสิ่งมีพิษปะปนลงไป ต้องรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที” เฉลิมเกียรติ กล่าว

เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการวางผังเมืองเพื่อรองรับโครงการพระราชดำริทั้งสองโครงการที่สวยงามมาก แต่สิ่งที่อยากให้ชาวชุมพรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยกันคิดก็คือ จะทำแก้มลิงเล็กๆ ในลักษณะแก้มลิงชุมชน เพื่อเก็บกักน้ำที่ไหลผ่านคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตักไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งกันได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันชุมพรยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำใหญ่ๆ เช่น เขื่อน หรือ อ่างเก็บน้ำ หากไม่ทำแก้มลิงเล็กๆ เพื่อเก็บกักน้ำเอาไว้ น้ำที่มีประโยชน์มหาศาล ก็จะไหลลงสู่ทะเลหมด

201610211700458-20021028190522

นอกจากการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำท่าแซะ ลุ่มน้ำรับร่อ และลุ่มน้ำท่าตะเภา ที่มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 80% การแก้ปัญหาน้ำท่วมใน ลุ่มน้ำชุมพร ที่รับน้ำมาจาก จ.ระนอง ลุ่มน้ำสวี ลุ่มน้ำทุ่งตะโก ลุ่มน้ำหลังสวน และ ลุ่มพะโต๊ะ ซึ่งอยู่ตอนล่างของชุมพร ก็จำเป็นต้องรีบดำเนินการควบคู่กันไป โดยเฉพาะลุ่มน้ำชุมพรต้องมีการขุดคลองระบายน้ำคล้ายคลองหัววัง-พนังตัก แต่มีความยาวมากกว่าคือประมาณ 23 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมแถวสี่แยกปฐมพรและ ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพรด้วย

“โครงการชลประทานชุมพรมีการบำรุงรักษาและซักซ้อมการปิดเปิดประตูระบายน้ำทุกบานอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่า หากมีน้ำไหลบ่าลงมาจากตอนเหนือของชุมพรเมื่อใด ประตูระบายน้ำทุกบานก็พร้อมทำงานทันที ส่วนการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่เป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 70-80% สิ่งที่อยากขอความร่วมมือจากประชาชนก็คือ ทุกคนต้องมีความรักน้ำ ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำ ไม่ก่อสร้างท่อหรือถนนกีดขวางทางน้ำ แม้แต่ตอม่อสะพานบางจุด ยังมีส่วนกีดขวางทางเดินน้ำ เพราะจะมีสวะต่างๆ ไหลไปติดตอม่อเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้อย่างเต็มที่ ก็ต้องร่วมกันหาทางแก้ไข รวมทั้งไม่ฉีดยาฆ่าแมลงลงไปในแหล่งน้ำโดยเด็ดขาด” เฉลิมเกียรติ กล่าว

201610211700459-20021028190522

คำขวัญที่ว่า “ด้วยพระเมตตาบารมี ชุมพรวันนี้สุขร่มเย็น” ที่ติดอยู่ตามบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานราชการต่างๆ เกิดขึ้นจากการประกวดในสมัยที่ นายพินิจ เจริญพานิช ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเมื่อปี 2546 ซึ่งคำขวัญดังกล่าวเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของชาวชุมพรทุกคนที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทำให้พวกเขาสามารถประกอบสัมมาอาชีพได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องหวั่นวิตกว่าจะต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุทกภัยเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีกต่อไป