ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ต.ค.59 พ.ต.ต.เจริญ บุญสิทธิ์ สารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก พระครูสุทธิสารโสภณ อายุ 51 ปี เจ้าคณะตำบลวัดโบสถ์ และเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ เลขที่ 8 หมู่ 4 ต.วัดโบสถ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี มีคนร้ายเข้ามาโขมยทรัพย์สินไปจากบนกุฏิเจ้าอาวัด ได้เงินสด รวมรวมกว่า 30,000 บาท และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่น A9F ราคา 19,000บาท ไปจำนวน 1 เครื่อง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่ติดกับริมแม่น้ำปราจีนบุรี ด้านหลังถนนสายปราจีนบุรี –บ้านสร้าง
เป็นกุฏิเจ้าอาวาสสร้างติดพื้นชั้นเดียวด้านหน้าฝั่งซ้ายเป็นห้องโถงที่ตั้งโลงแก้วบรรจุศพที่แห้งไม่เน่าเปื่อยของพระมงคลมุนี อดีตเจ้าอาวาส ฝั่งขวาด้านในสุดเป็นห้องนอนของพระครูสุทธิสารโสภณ ตรวจสอบที่โต๊ะที่ทำงาน ซึ่งตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และปรินเตอร์ หน้าเครื่องปริ้นเตอร์ถูกริ้อค้นจนสมุดบัญชีธนาคารและเอกสารตกอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมเงินสดเป็นธนบัตรฉบับใบละ 1,000 บาท กับธนบัตรชนิดใบละ500บาท รวมกว่า 30,000 บาทหายไป และที่นอน ที่ใต้ที่นอนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่น A9F ราคา 19,000บาท หายไปอีก จำนวน 1 เครื่อง

พระครูสุทธิสารโสภณ กล่าวว่า “มาทราบว่าทรัพย์สินหายไปช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ในขณะนั้นกำลังนั่งดูข่าวทีวี.พระราชกรณียกิจในหลวงด้านหน้าห้อง เห็นมีเด็กวัยรุ่น ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงสีเขียว มาแง้มกระจกห้องนอนและก้มมองไปในห้อง ตอนแรกคิดว่า เป็นเด็กวัดมาทำความสะอาด สักครู่ได้ยินเสียงรถ จยย.วิ่งหายไปทางด้านหลังกุฏิฝั่งพระพุทธรูปไสยาส มาดูในห้องตรวจสอบจึงทราบว่าเงินสดและโทรศัพท์หายไป จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อได้ตรวจสอบต่อไป”พระครูสุทธิสารโสภณ กล่าว

และกล่าวต่อไปว่า “สำหรับวัดโบสถ์โจรชอบมาขโมยทรัพย์สินของพระไป โดยเข้ามางัดแงะ – ขโมยรวม 5 ครั้ง ได้เงินสด –ทรัพย์สินไปกว่า 300,000 บาท โดยที่วัดโบสถ์นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาเที่ยวไหว้พระ ที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 3 องค์ ตั้งเรียงรายหันหน้าหาแม่น้ำ ปราจีนบุรี คือ พระพุทธรูปปางลีลา พระนามว่า พระสิริมงคลนิมิต พระพุทธรูปปางประทับนั่งห้อยพระบาท พระนามว่า พระสรรพสิทธินาวา พระพุทธรูปปางประทับนอน พระนามว่า พระมหาชินไสยาสน์ ที่พุทธศาสนิกชนมากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลเสมอ รวมถึงเข้ามากราบนมัสการพระมงคลมุนี อดีตเจ้าอาวาสที่ตั้งโลงแก้วบรรจุศพที่แห้งไม่เน่าเปื่อยไว้บนกุฏิด้วย” พระครูสุทธิสารโสภณ กล่าวในที่สุด

