ผบ.ตร.ห่วงเด็กหาย แนะปชช.ใช้รถสาธารณะมาสนามหลวง ระดมกำลังดูแลถ่ายทำเพลงสรรเสริญฯ

22.10.16 | 12:29 น.

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีบุคคลโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา แล้วปรากฏข่าวในสื่อ Social Media ว่าพบบุคคลมีพฤติกรรมเข้ามาตีสนิทและพยายามจะก่อเหตุลักพาตัวบุตรของผู้โพสต์ ขณะไปกราบสักการะพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง แต่ไม่สามารถกระทำการดังกล่าวได้สำเร็จ นั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เพื่อป้องกันเหตุลักพาตัวเด็ก

“และใคร่ขอเรียนแจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชน ที่จะเดินทางไปกราบสักการะพระบรมศพ ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสก่อเหตุดังกล่าว รวมทั้งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดตั้งศูนย์บริการคนหายพลัดหลงร่วมกับเต๊นท์พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไปร่วมพิธี ควรจัดทำบัตรประจำตัวหรือเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้กับตัวเด็ก ในกรณีพลัดหลงโดยเขียนชื่อของเด็ก ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงของเด็ก หากเกิดการพลัดหลงให้แจ้งได้ที่กองอำนวยการร่วมบริเวณหน่วยบริการทางการแพทย์ หน้าประตูวิเศษไชยศรี ในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน อาจมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาเพื่อลงนามถวายอาลัย ที่พระบรมมหาราชวัง ขอให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และขอความร่วมมือให้เดินทางโดยรถโดยสาธารณะ ซึ่งทาง ขสมก. ได้จัดรถ Shuttle Bus เพื่อรับส่ง ประชาชนที่จะเดินทางมายังสนามหลวง ตามที่แจ้งประชาสัมพันธ์จุดจอดรถ”รองโฆษกตร.กล่าว

พ.ต.อกฤษณะ เผยด้วยว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ จะมีการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันระดมดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมบันทึกการถ่ายทำวีดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งนี้พี่น้องประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดการจราจรได้ที่ www.trafficpolice.go.th หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางและข้อมูลสภาพจราจร สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วน 1197 และสำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์แจ้งเบาะแสอาชญากรรมแจ้งเหตุหรือบุคคลต้องสงสัยจะก่อความวุ่นวายหรือต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง