บิ๊กใหม่ สอบปากคำ ‘ส.จ.เอี้ยง’ให้การภาคเสธ บอกซื้อรถให้ลูกใช้ไม่เกี่ยวอำพรางคดี

27.04.22 | 18:34 น.

กองปราบบุกรวบ สจ.เอี้ยง เอี่ยวทำลายหลักฐาน คดียิงถล่มรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ เจ้าตัวอ้างซื้อรถให้ลูกใช้


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 เมษายน พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุมตัว นายนพดล อานทอง หรือ สจ.เอี้ยง อายุ 52 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก ตามหมายจับศาลอาญาที่ 802 /2565 ลงวันที่ 25 เมษายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเช่า ในพื้นที่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก พร้อมตรวจยึดรถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์ใช้อาวุธปืนสงครามตามประกบยิงถล่มรถของนายญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.สมบูรณ์ ส่งผลให้นายญาณกรได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายสมชาย ม่วงกาศ อายุ 63 ปี รองนายก อบต.บางสมบูรณ์ และนายวัชระ นุชแดง อายุ 52 ปี คนขับรถ เสียชีวิตคาที่ โดยเหตุเกิดบริเวณถนนปากท่อบางปรัง-เตยน้อย ม.2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก

ต่อมา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวกลุ่มมือปืนที่ร่วมกันก่อเหตุได้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ “อ็อด” หรือ “กุมารดำ” อายุ 52 ปี และนายธวัชชัย ศรีชาญ หรือ “วัช” อายุ 48 ปี เหลือนายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี จึงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีสืบพบว่า นายนพดล ผู้ต้องหารายนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนปกปิดอำพราง ทำลายพยานหลักฐานให้ยากต่อการตรวจสอบร่องรอยการกระทำความผิด หลังพบหลักฐานว่า นายนพดลพร้อมกลุ่มมือปืน ได้ติดต่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร จากเต็นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมี รุ่น และลักษณะรูปพรรณ สีสัน ตรงกับรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ษม 1898 กรุงเทพมหานคร คันที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อเตรียมนำมาสับเปลี่ยนให้ดูเหมือนว่าเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ และเตรียมการไว้สำหรับต่อสู้คดีหากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ เนื่องจากเป็นรถคนละคัน ไม่สามารถตรวจพบหลักฐานหรือร่องรอยการกระทำผิดได้ ส่วนรถคันที่ใช้ก่อเหตุ ได้ถูกนำไปจอดซุกซ่อนไว้ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อเตรียมซ่อมทำสีหรือทำลายร่องรอย ก่อนที่ต่อมารถคันดังกล่าวจะถูกเจ้าหน้าที่แกะรอยตามตรวจยึดไว้เป็นของกลางได้ในภายหลัง

ภายหลังตรวจสอบพบการกระทำผิดของนายนพดลเป็นที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวพร้อมกับตรวจยึดรถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร ของกลางอีกคันได้ดังกล่าว และนำตัวมาทำการสอบปากคำยังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

ต่อมาเวลา 15.40 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเข้าร่วมสอบปากคำนายนพดลด้วยตนเอง โดยใช้เวลานานร่วม 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

พล.ต.อ.สุชาติเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายนพดล เบื้องต้นให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวกับคดียิงรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ แต่ยอมรับว่าได้ไปติดต่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร พร้อมกับกลุ่มผู้ต้องหาจริง เนื่องจากตั้งใจจะซื้อให้ลูกชายใช้ แต่ทางพนักงานสอบสวนเองก็ไม่ได้หนักใจเนื่องจากมีพยานหลักฐานมากพอที่เชื่อได้ว่ามีการจัดซื้อรถไว้เพื่อเตรียมอำพรางคดี

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวอีกว่า ส่วนนายรัฐพลที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลคอยให้การช่วยเหลือหรือไม่นั้น ไม่ได้หนักใจ หรือกังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับทางกองปราบปรามแน่นอน ขณะที่ในส่วนของอดีตนายก อบต.บางสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนได้เคยเชิญตัวมาสอบปากคำไปบ้างแล้วเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งในอดีต แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ไม่อยากให้คาดเดา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล