เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผบช.ภ.8 ร่วมกันแถลงข่าว พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.สิชา พูลวงษ์ ผกก.สภ.ปากพนัง พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จับกุมนายสมพิน หรืออุ้ง แก้วเอียด ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 69/2565 ลง 27 เม.ย.2565 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย”
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 17.30 น. ร.ต.อ.ประภาส สมศรี พนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำอยู่กลางทะเล ห่างจากชายฝั่ง 2 กม. จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้ตายเสียชีวิตมาประมาณ 7-10 วัน สภาพศพถูกมัดและถ่วงด้วยก้อนหิน จำนวน 3 ก้อน ทาง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ตนร่วมลงพื้นที่ออกทำการสืบสวน หาตัวคนหายในพื้นที่ อ.ปากพนัง และพื้นที่ข้างเคียง
ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยอีกว่า ต่อมาทราบข้อมูลว่า นายเฉลิมชัย หรือก็อต เสียงเพราะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 3 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2565 ช่วงเวลา 01.00-07.00 น. และจากผลการชันสูตรบาดแผลของแพทย์โรงพยาบาลมหาราช จ.นครศรีธรรมราช ยืนยันว่าผู้ตายมีบาดแผลที่ศีรษะ มีรอยสมานแผลประมาณ 6 เดือน ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบจากโรงพยาบาล พบว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2564 นายเฉลิมชัยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลปากพนัง จากอุบัติเหตุ ทำให้มีบาดแผลบริเวณศีรษะและกะโหลกร้าว จึงทำให้ชุดสืบสวนเชื่อว่าผู้ตายคือนายเฉลิมชัย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากนั้นชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐาน ต่อมาวันที่ 27 เม.ย. 2565 พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดปากพนังเพื่อออกหมายจับนายสมพิน หรืออุ้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลจังหวัดปากพนังที่ เข้าจับกุมนายสมพิน ชั้นจับกุมนายสมพินให้การรับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลาประมาณ 01.00 น. มีปากเสียงกับนายเฉลิมชัย น้าชาย อ้างว่าผู้เสียชีวิตได้ใช้เหล็กยาว 1 เมตร ตีผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาใช้หมอนบังและแย่งเหล็ก กลับมาได้ และใช้เหล็กตีผู้ตายจนล้มลงแน่นิ่งไป คิดว่าเสียชีวิตแล้ว
จากนั้นจึงนำตัวผู้ตายใส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างและห่อปกปิดร่างผู้ตายด้วยสแลนกันแดดสีดำ นำร่างผู้ตายไปลงเรือประมงที่จอดไว้ในคลองฉุกเฉิน จากนั้นจึงออกเรือไปในทะเลได้สักระยะ และนำก้อนหิน จำนวน 3 ก้อน รัดด้วยเชือกไนล่อนแล้วผูกโยงกับร่างผู้ตายไว้ เพื่อถ่วงให้จมน้ำ แล้วจึงนำร่างทิ้งลงไปในทะเลบริเวณแนวปะการังเทียม ห่างจากชายฝั่งประมาณ 2 กม. จากนั้นนำเรือกลับเข้าที่จอดเดิม แล้วกลับบ้านไป



