เหยื่อ ‘ปริญญ์’ พบตำรวจ-พฐ.เก็บDNAตรวจเปรียบเทียบหลักฐานที่เกิดเหตุ

29.04.22 | 15:02 น.

ความคืบหน้ากรณี นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีต รอง หน.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น โดยกระทำต่อหน้าธารกำนัล และ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี น.ส.หทัยรัตน์ ธนากิจอำนวย หรือแอนนา ภรรยานายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซนัท ผู้เสียหายรายที่ 3 พร้อม น.ส.จี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายรายที่ 6 เจ้าของคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้ และ น.ส.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายที่ 11 ซึ่งถูกข่มขืนเมื่อปี 2557 เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อนำไปประกอบสำนวนดำเนินคดี


น.ส.บี กล่าวว่าพนักงานสอบสวนนัดหมายให้มาตรวจเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตรวจพบในห้องที่เกิดเหตุ และตนนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมด้วย โดยเป็นหลักฐานการพูดคุยโทรศัพท์ ที่จะยืนยันได้ว่าตนพูดคุยกับอดีตรองหัวหน้าพรรคจริง โดยกรณีของตนไม่ต่างจากผู้หญิงรายอื่น คือมีการพูดคุยติดต่อกันเรื่องงานก่อนถูกล่อลวงให้ไปพบที่สำนักงาน เมื่อไปถึงกลับถูกลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศ หลังเกิดเหตุรู้สึกเสียใจ แต่ตกใจยิ่งกว่าเมื่อทราบข่าวว่าไม่ใช่ตนเพียงรายเดียวที่ถูกกระทำเช่นนี้ ตอนแรกต้องการออกมาให้ปากคำในฐานะพยาน แต่เมื่อตำรวจแจ้งว่าต้องดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ก็พร้อมให้ความร่วมมือ และหากคดีไปถึงชั้นศาล ยืนยันว่าให้การเหมือนเดิมขณะที่ผู้ต้องหายังไม่ถูกสั่งฟ้องก็มีความกังวลบ้าง แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง

น.ส.บี กล่าวอีกว่าหลังเกิดเหตุ อดีตรองหัวหน้าพรรค ก็ไม่ได้ติดต่อมาหาแต่อย่างใดและจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาให้ยอมความหรือข่มขู่ ยังใช้ชีวิตตามปกติ ยอมรับว่าส่วนตัวมีความกังวลใจอยู่บ้าง เพราะไม่ทราบว่าคดีจะจบเมื่อไร กังวลว่าจะมีผลในระยะยาว แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง นอกจากนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้เสียหายรายอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถจะไปบอกใครได้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะแต่ละคนเจอเหตุการณ์มาไม่เหมือนกัน แต่อยากให้ผู้เสียหายออกมาเรียกร้องเพื่อตนเอง

ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน น.ส.หทัยรัตน์ เปิดเผยว่ามาให้รายละเอียดเพิ่มเติม และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ คาดว่านำไปตรวจเปรียบเทียบกับหลักฐานที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บจากสถานที่เกิดเหตุ เข้าใจว่าทำตามกระบวนการแล้ว ส่วนกระแสของคดีที่เงียบไปนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด ขณะนี้กำลังทำโครงการที่จะสื่อว่าการกระทำลักษณะเดียวกับนายปริญญ์ เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นและผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องอาย นับตั้งแต่เปิดเผยเรื่องราว ตนก็ไม่เคยรู้สึกอับอาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ รู้ว่าชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การออกมาพูดและเปิดเผยว่าเป็นผู้เสียหายนั้นดีมากๆ การลบเหตุการณ์เช่นนี้ออกจากชีวิตของผู้เสียหายแต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกัน ก็ขอฝากกำลังใจ ให้มีความสุขในทุกๆวัน ส่วนกระบวนการยุติธรรม ก็อยากเป็นตัวแทนในการสู้เพื่อผู้เสียหาย จากนี้จะเดินหน้ารณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ และการใช้ความรุนแรงในครอบครัว อยากเปลี่ยนสังคมให้รู้ว่าคนที่อายต้องเป็นนายปริญญ์ ตอนที่ตนเปิดเผยตัวไม่ได้ต้องการแค่เพื่อให้ชนะคดี แต่ต้องการเปลี่ยนสังคม เพราะคิดว่าเรื่องลักษณะนี้ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในองค์กรที่แตะต้องไม่ได้ จึงต้องการเปลี่ยนสังคมให้มองว่าการล่วงละเมิดทางเพศ และการคุกคามเป็นเรื่องที่ไม่ดี

Advertisement

นายธนัตถ์ กล่าวว่าภรรยาสภาพจิตใจดีกว่าตน เหตุผลที่ภรรยาเลือกเปิดเผยตัวนั้นเป็นการต่อสู้เพื่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้เสียหายรายอื่นสู้ในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสบายใจ และพร้อมจะสนับสนุน ไม่ต้องการแค่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนหรือเอาชนะคดี แต่ตั้งใจว่าจะไม่หยุดจนกว่าสังคมจะมีท่าทีต่อการล่วงละเมิดทางเพศเปลี่ยนไป โครงการเหล่านี้ตั้งใจจะให้ออกห่างจากการเมือง โดยการเลือกตั้งรอบหน้าอาจจะไม่ลงสมัคร แต่จะดำเนินการโครงการดังกล่าวก่อน อยากให้ติดตามประเด็นการล่วงละเมิดทางทางเพศทุกกรณี ถึงเวลาที่ผู้เสียหายต้องไม่เป็นเหยื่อของสังคมและรู้สึกอับอาย ส่วนเรื่องคดีความที่ด่าทอตำรวจ ไม่มีความกังวลอะไร และตั้งใจที่จะขอโทษ ทั้งนี้ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับ ผกก.สน.ลุมพินี แต่หากมีอะไรที่จะรับผิดชอบได้ ก็ยืนยันที่จะรับผิดชอบ

ด้าน พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจทยอยเชิญผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่คณะพนักงานสอบสวนมอบหมายให้ไปดำเนินการ เช่น 3 ผู้เสียหายก็เป็นการเชิญมาให้ปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็น และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ซึ่งในคดีกระทำอนาจารฯ จะเป็นการเก็บเพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับวัตถุพยานต่างๆ และอาจทราบผลได้เร็วกว่า แต่ในส่วนคดีข่มขืนกระทำชำเรานั้น ต้องใช้เวลาอีกระยะในการส่งตรวจหาผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนคดีในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง นั้นพนักงานสอบสวนนัดหมายให้ผู้ต้องหา มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ซึ่งตนจะไปดูการเข้ามอบตัวด้วย