หน้าแรก ในประเทศ ส่งอีเมล์ 18 ...

ส่งอีเมล์ 18 หน้า ‘ในนามประชาชน’ จี้สอบอธิการศิลปากร แนบกว่า 600 ชื่อ เปิดโพยพบผิด 3 ข้อบังคับ

29.04.22 | 20:35 น.

ส่งอีเมล์ 18 หน้า ‘ในนามประชาชน’ จี้สอบอธิการศิลปากร แนบกว่า 600 ชื่อ เปิดโพยพบผิด 3 ข้อบังคับจรรยาบรรณ

กรณีข่าวอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแอบถ่ายภาพแอร์โฮสเตส พร้อมข้อความในเชิงไม่เหมาะสมจนถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเกิดการสร้างแคมเปญใน Change.org ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 600 ราย (ข้อมูลเมื่อเวลา 12.00 น.) ประกอบด้วย อาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร, คณาจารย์สถาบันการศึกษาต่างๆ, นักวิชาการ, ศิษย์เก่า, ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงประชาชนทั่วไป

ต่อมามีการเผยแพร่หนังสือ เรื่อง ‘เรียกร้องให้คณะกรรมการจรรยาบรรณสอบสวนกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและโพสต์ข้อความที่มีนัยแสดงถึงการคุกคามทางเพศ’ ถึงนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร โดยแนบรายชื่อและความเห็นจากผู้เรียกร้องผ่านเว็บไซต์ Change.org

ความดังนี้

กรณีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินเวียตเจ็ต ในเฟซบุ๊ก Chaicharn Thavaravej โดยตั้งเป็นโพสต์สาธารณะพร้อมมีข้อความประกอบว่า

Advertisement

“ไปราชการเชียงราย ด้วย เวียตเจ็ต…กลับพรุ่งนี้ค่ำๆ ท่านอดีตรัฐมนตรี xxx นั่งข้างๆ ถามว่า อาจารย์ทําอะไร
อจ. ชช. : อ่อ เวลาผมเดินทางด้วยเครื่องบิน ผมมักจะถ่ายรูปแอร์โฮสเตสไปฝากน้องๆ น่ะครับ ให้เขาน้ำลายไหลครับ” (ปัจจุบัน โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว)

การกระทําที่แสดงถึงพฤติกรรมอันไม่สมควรซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปราชการนี้นําไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียและได้มีการเผยแพร่เป็นข่าวออนไลน์บนเพจมติชนออนไลน์ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญก็ได้ตอบคําถามผู้สื่อข่าวมติชนในรายงาน “อธิการฯ ศิลปากร รับเป็นคนถ่ายรูปแอร์จริง ยันไม่เจตนาคุกคามทางเพศ รับเป็นบทเรียน จะระวังให้มาก” (27 เมษายน 2565) ว่า “กรณีนี้อาจเป็นการเข้าใจผิด แต่ถ้าสังคมมองว่าไม่ดี ก็จะระมัดระวังมากขึ้น”

นอกเหนือจากโพสต์ที่ตกเป็นข่าวดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการสืบค้นย้อนหลังจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เพิ่มเติม จนพบว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ได้ประพฤติเช่นนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทําที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดไตร่ตรองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นความประพฤติปฏิบัติในลักษณะซ้ำๆ อย่างลุแก่อํานาจ

ประเด็นนี้ได้นํามาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ต่อสํานึกทางจริยธรรมของผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญในฐานะผู้บริหารขั้นสูงของสถาบันการศึกษา แต่มีความประพฤติที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการกระทําภายในรั้วมหาวิทยาลัยหรือในโลกภายนอกก็ตาม อันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้ในสังคม เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อความปลอดภัยของพื้นที่มหาวิทยาลัย และที่สําคัญคือการสร้างความวิตกกังวลต่อสวัสดิภาพของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรที่อยู่ภายใต้การบริหารของบุคคลที่มีความประพฤติดังกล่าว

นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมและสุ่มเสี่ยงต่อการทําผิดกฎหมายแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวยังผิดจรรยาบรรณของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาตาม “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยศิลปากร ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2552” ดังนี้

ส่วนที่ 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข้อ 7 พึงเป็นผู้มีศีลธรรมอันดี และประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ส่วนที่ 2 จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงานและต่อหน่วยงาน
ข้อ 15 ต้องไม่กระทําการอันมิชอบด้วยกฎหมายให้หน่วยงานได้รับความเสื่อมเสียหรือเสียชื่อเสียง เกียรติภูมิ หรือด้วยประการใดๆ

ส่วนที่ 4 จรรยาบรรณต่อนักเรียนนักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชนและสังคม
ข้อ 20 พึงประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนและนักศึกษาและเป็นที่เชื่อถือของบุคคลทั่วไป

พวกเราคือประชาชนที่มีความเป็นกังวลต่อกรณีดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยมอบหมายให้คณะกรรมการจรรยาบรรณดําเนินการสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากกรณีนี้เป็นที่ครหาของสาธารณชน กระบวนการสอบสวนและผลการสอบสวนจึงต้องเป็นที่เปิดเผยเพื่อแสดงความโปร่งใส เพื่อคืนความเชื่อมั่นในความยุติธรรมในการดําเนินการของมหาวิทยาลัยศิลปากร อันเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยต่อสังคมต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดําเนินการด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ

ลงชื่อ ประชาชนผู้เรียกร้องให้คณะกรรมการจรรยาบรรณ สอบสวนกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และโพสต์ข้อความที่มีนัยแสดงถึงการคุกคามทางเพศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวถูกส่งทางอีเมล์ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัย โดยลงท้ายผู้ส่งว่า ‘ในนามของประชาชน’ พร้อมรายชื่อแนบท้าย รวมเอกสารทั้งหมด 18 หน้า A4

สำหรับตัวอย่างผู้ร่วมลงชื่อ อาทิ นางสาวเอกสุดา สิงห์ลำพอง อาจารย์คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร, นายประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร, นายทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่, นายสิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรี นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) นางสาววจนา วรรลยางกูร นักเขียน สื่อมวลชน และศิษย์เก่าคณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :