ครบ 3 ปี อว.  ปฏิรูป-เรียนรู้ ไม่อยู่กับที่

3.05.22 | 23:15 น.

ครบ 3 ปี อว.

ปฏิรูป-เรียนรู้ ไม่อยู่กับที่

 


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก่อตั้งครบ 3 ปี

นับเป็น 3 ปี แห่งการปฏิรูปด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อที่จะนำพาสังคมไทยให้ก้าวทันยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จัดตั้งกระทรวงนี้

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2565 กระทรวง อว.จัดงาน อว.ครบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมŽ มี ศ.(พิเศษ) เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานและมีบุคคลที่มีความสำคัญ พร้อมผู้บริหาร อว. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกระทรวงฯ จนถึงปัจจุบัน เข้าร่วม

Advertisement

ศ.(พิเศษ) เอนก กล่าวว่า อว.ถือเป็นกระทรวงที่ใหญ่มาก มีงบประมาณอันดับ 5-6 ของบรรดากระทรวงทั้งหลาย มีศาสตราจารย์หลายพันคน มีดอกเตอร์หลายหมื่นคนและมีคนคุณภาพมากมาย

3 ปีที่ผ่านมา อว.มีผลงานที่มากมายจนเราเองก็คาดไม่ถึง เปรียบเป็นรถ ก็วิ่งได้เร็วมาก ผม เป็น รมว.อว.มา 21 เดือน ได้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งในเรื่องปัญหาการว่างงาน ทำโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลฯ หรือ U2T ที่ทำให้ผู้ปกครองมีความสุขและอยากจะให้โครงการ U2T เฟส 2 ไปจนถึงการเป็นกองหนุนรัฐบาลในการต่อสู้กับโควิด-19 ทำโรงพยาบาลสนาม ช่วยฉีดวัคซีน โดยไม่ของบประมาณเพิ่ม แต่ทำด้วยใจจิตอาสา ผลงานใน 2-3 เดือน มีออกมามากมาย เหมือนต้มน้ำมา 2 ปี จน 2-3 เดือนที่ผ่านมามีไอน้ำผลักดันเครื่องจักรให้ก้าวหน้าเหมือนในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมŽ ศ.เอนกกล่าว

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ผลงานการปฏิรูปอุดมศึกษานั้น แบ่งมหาวิทยาลัยออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเก่งในด้านของตนเอง เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นเลิศด้านการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น โดยมีอาจารย์และนักศึกษาบวกกับความรู้มาร่วมกันพัฒนาเชิงพื้นที่ ส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เป็นเลิศด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีมหาวิทยาลัยศาสนา มีมหาวิทยาลัยเน้นสุนทรียะ-ศิลปะ เช่น เพาะช่าง ถือเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆ เอาไปใช้ เราไม่เพียงปฏิบัติตามต่างประเทศ แต่จะส่งออกความรู้และประสบการณ์ของเราไปให้ต่างประเทศด้วย

ขณะที่ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ได้ทำ เครื่องโทคาแมค หรือดวงอาทิตย์จำลอง ซึ่งจะผลิตนิวเคลียร์ฟิวชั่น หรือพลังงานสะอาดให้ประเทศในอนาคต และมีที่ไทยเพียงที่เดียวในอาเซียน เรากำลังจะมีเครื่องซินโครตรอน เครื่องที่ 2 ระดับพลังงาน 3GeV แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฝีมือนักวิจัยไทย เราพยายามให้คนไทยทำเองให้มาก ไม่ใช่การซื้อของทันสมัยมาใช้จากต่างประเทศ เรามีปรากฏการณ์เหมือนญี่ปุ่นเกาหลีในวันที่กำลังพัฒนา

เพื่อที่จะเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองได้ นอกจากนั้น เราจะมีโครงการส่งดาวเทียมไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้ใน 6-7 ปี มีเด็กรุ่นใหม่อายุ 30-40 ปี จากทุกภาคของไทยไปร่วมวิจัย ทำให้คนไทยเห็นว่า คนไทยเก่ง ไม่จมอยู่กับการเป็นประเทศด้อยพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่เราจะเป็นประเทศที่พัฒนาได้ เราไม่ได้เก่งแต่ด้านศิลปะ แต่เราเก่ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย

นอกจากนี้ เราจะทำ Thailand Academy of Sciences หรือ ธัชวิทย์Ž ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจ ให้สถาบันวิจัยให้ปริญญาสาขาใหม่ๆ สาขาพิเศษได้ ทำหลักสูตรแบบไทยๆ ไม่ลอกแบบต่างประเทศ คำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้รวมถึง ศิลปะ อารยะ ทั้งปวงด้วย

ในกระทรวง อว.ความรู้กับการปฏิบัติต้องไปด้วยกัน ความรู้ต้องขยับไปตลอดเวลา มีกรอบความคิดที่ดีร่วมกับโครงสร้างที่ดี อว.ก็จะเป็นกระทรวงแห่งการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่งŽ ศ.(พิเศษ) เอนกกล่าว

ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า อว.ได้ดำเนินการปฏิรูป ใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.การปฏิรูปการพัฒนากำลังคน ด้วยการทลายข้อจำกัดการจัดการศึกษาสู่การเรียนรู้แบบใหม่ในโลกไร้พรมแดน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง 2.การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสร้างโอกาสประเทศไทยก้าวสู่อนาคต อาทิ การจัดตั้ง ธัชชาŽ วิทยสถานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสนับสนุน Soft Power ของไทย และที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ ธัชวิทย์Ž วิทยสถานด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมคนเก่งของ อว. มาทำหน้าที่เป็นคลังสมองให้กับรัฐบาล และทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและภาคเอกชน 3.การปฏิรูปอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ออวน.) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยนำ อว.สู่กระทรวงแห่งการปฏิบัติผ่านโครงการ U2T การจัดตั้ง อว.ส่วนหน้าซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการของ อว.ที่ลงไปทำงานพัฒนาพื้นที่ร่วมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ

”การปฎิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของ อว.ทำให้เห็นอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่เห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมการปฏิรูปเริ่มผลิดอกออกผล โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยทุกมิติŽ” ปลัด อว.กล่าว