ครบ 3 ปี อว.
ปฏิรูป-เรียนรู้ ไม่อยู่กับที่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก่อตั้งครบ 3 ปี
นับเป็น 3 ปี แห่งการปฏิรูปด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อที่จะนำพาสังคมไทยให้ก้าวทันยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จัดตั้งกระทรวงนี้
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2565 กระทรวง อว.จัดงาน อว.ครบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มี ศ.(พิเศษ) เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานและมีบุคคลที่มีความสำคัญ พร้อมผู้บริหาร อว. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกระทรวงฯ จนถึงปัจจุบัน เข้าร่วม
ศ.(พิเศษ) เอนก กล่าวว่า อว.ถือเป็นกระทรวงที่ใหญ่มาก มีงบประมาณอันดับ 5-6 ของบรรดากระทรวงทั้งหลาย มีศาสตราจารย์หลายพันคน มีดอกเตอร์หลายหมื่นคนและมีคนคุณภาพมากมาย
3 ปีที่ผ่านมา อว.มีผลงานที่มากมายจนเราเองก็คาดไม่ถึง เปรียบเป็นรถ ก็วิ่งได้เร็วมาก ผม เป็น รมว.อว.มา 21 เดือน ได้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งในเรื่องปัญหาการว่างงาน ทำโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลฯ หรือ U2T ที่ทำให้ผู้ปกครองมีความสุขและอยากจะให้โครงการ U2T เฟส 2 ไปจนถึงการเป็นกองหนุนรัฐบาลในการต่อสู้กับโควิด-19 ทำโรงพยาบาลสนาม ช่วยฉีดวัคซีน โดยไม่ของบประมาณเพิ่ม แต่ทำด้วยใจจิตอาสา ผลงานใน 2-3 เดือน มีออกมามากมาย เหมือนต้มน้ำมา 2 ปี จน 2-3 เดือนที่ผ่านมามีไอน้ำผลักดันเครื่องจักรให้ก้าวหน้าเหมือนในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ศ.เอนกกล่าว

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ผลงานการปฏิรูปอุดมศึกษานั้น แบ่งมหาวิทยาลัยออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเก่งในด้านของตนเอง เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นเลิศด้านการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น โดยมีอาจารย์และนักศึกษาบวกกับความรู้มาร่วมกันพัฒนาเชิงพื้นที่ ส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เป็นเลิศด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีมหาวิทยาลัยศาสนา มีมหาวิทยาลัยเน้นสุนทรียะ-ศิลปะ เช่น เพาะช่าง ถือเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆ เอาไปใช้ เราไม่เพียงปฏิบัติตามต่างประเทศ แต่จะส่งออกความรู้และประสบการณ์ของเราไปให้ต่างประเทศด้วย
ขณะที่ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ได้ทำ เครื่องโทคาแมค หรือดวงอาทิตย์จำลอง ซึ่งจะผลิตนิวเคลียร์ฟิวชั่น หรือพลังงานสะอาดให้ประเทศในอนาคต และมีที่ไทยเพียงที่เดียวในอาเซียน เรากำลังจะมีเครื่องซินโครตรอน เครื่องที่ 2 ระดับพลังงาน 3GeV แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฝีมือนักวิจัยไทย เราพยายามให้คนไทยทำเองให้มาก ไม่ใช่การซื้อของทันสมัยมาใช้จากต่างประเทศ เรามีปรากฏการณ์เหมือนญี่ปุ่นเกาหลีในวันที่กำลังพัฒนา

เพื่อที่จะเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองได้ นอกจากนั้น เราจะมีโครงการส่งดาวเทียมไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้ใน 6-7 ปี มีเด็กรุ่นใหม่อายุ 30-40 ปี จากทุกภาคของไทยไปร่วมวิจัย ทำให้คนไทยเห็นว่า คนไทยเก่ง ไม่จมอยู่กับการเป็นประเทศด้อยพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่เราจะเป็นประเทศที่พัฒนาได้ เราไม่ได้เก่งแต่ด้านศิลปะ แต่เราเก่ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย
นอกจากนี้ เราจะทำ Thailand Academy of Sciences หรือ ธัชวิทย์ ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจ ให้สถาบันวิจัยให้ปริญญาสาขาใหม่ๆ สาขาพิเศษได้ ทำหลักสูตรแบบไทยๆ ไม่ลอกแบบต่างประเทศ คำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้รวมถึง ศิลปะ อารยะ ทั้งปวงด้วย
ในกระทรวง อว.ความรู้กับการปฏิบัติต้องไปด้วยกัน ความรู้ต้องขยับไปตลอดเวลา มีกรอบความคิดที่ดีร่วมกับโครงสร้างที่ดี อว.ก็จะเป็นกระทรวงแห่งการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ศ.(พิเศษ) เอนกกล่าว

ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า อว.ได้ดำเนินการปฏิรูป ใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1.การปฏิรูปการพัฒนากำลังคน ด้วยการทลายข้อจำกัดการจัดการศึกษาสู่การเรียนรู้แบบใหม่ในโลกไร้พรมแดน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง 2.การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสร้างโอกาสประเทศไทยก้าวสู่อนาคต อาทิ การจัดตั้ง ธัชชา วิทยสถานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสนับสนุน Soft Power ของไทย และที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ ธัชวิทย์ วิทยสถานด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมคนเก่งของ อว. มาทำหน้าที่เป็นคลังสมองให้กับรัฐบาล และทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและภาคเอกชน 3.การปฏิรูปอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ออวน.) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยนำ อว.สู่กระทรวงแห่งการปฏิบัติผ่านโครงการ U2T การจัดตั้ง อว.ส่วนหน้าซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการของ อว.ที่ลงไปทำงานพัฒนาพื้นที่ร่วมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ
”การปฎิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของ อว.ทำให้เห็นอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่เห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมการปฏิรูปเริ่มผลิดอกออกผล โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยทุกมิติ” ปลัด อว.กล่าว

