วันที่ 23 ตุลาคม นายพิเชษฐ กุศลชู อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างใกล้ชิดโดยไม่คาดคิด ซึ่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2535 ได้กลับไปบ้านภรรยาที่ จ.สกลนคร ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จพระราชดำเนินมาที่ประตูระบายน้ำสุรัสวดี ที่บ้านบึงศาลา ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร จึงพร้อมภรรยาเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จและได้นั่งหน้าสุด มีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จนเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดในชีวิต
นายพิเชษฐกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มานั่งลงตรงหน้า ทรงถามว่ามาจากไหน ภรรยาตอบว่ามาจากบ้านโคกก่อง จ.สกลนคร ส่วนผมตอบว่ามาจาก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพระองค์ทรงถามว่าที่บ้านโคกก่องใช้น้ำจากที่ไหน ภรรยาผมตอบว่าใช้น้ำจากหนองแวง ซึ่งพระองค์ทรงถือแผนที่และดินสออยู่ตลอดเวลา และทรงถามอีกว่า แล้วที่สกลนครกับสุราษฎร์ธานีสภาพอากาศแตกต่างกันไหม ผมตอบว่าแตกต่างครับ ที่สกลนครมี 3 ฤดู แต่ที่สุราษฎร์ธานีมี 2 ฤดู ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จดจำจนถึงทุกวันนี้ไม่เคยลืม
“หลังจากได้เข้าเฝ้าในวันนั้นตนกับภรรยาได้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง และไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งสิ่งที่ประทับใจและดีใจมากที่สุดคือได้พบรูปตนเองกับภรรยาตอนเข้าเฝ้าในหนังสือพิมพ์ จึงนำไปใส่กรอบเก็บไว้ และอยู่ในนิตยสารและหนังสืออีกหลายเล่ม จึงรวบรวมมาได้ 11 เล่ม” นายพิเชษฐกล่าว

