ทนายเดชาเผย อัยการไม่ได้ตีกลับสำนวนคดีแตงโม แค่สอบเพิ่ม ย้ำไม่อยู่เหนือความคาดหมาย พร้อมจ่อแจ้งความอัจฉริยะ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความประจำคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม แถลงความคืบหน้ากรณีพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตของแตงโม สอบสวนเพิ่มเติม 20 ประเด็น เนื่องจากเห็นว่าสำนวนที่ส่งมายังไม่สมบูรณ์ และไม่รัดกุมเพียงพอที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหาได้
นายเดชาเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเท่าที่ตนทราบในทางลับ สาเหตุเกิดจากสำนวนของตำรวจยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีบางกรณีที่ไม่ชัดเจน อาจจะเรื่องจุดพลัดตกเรือที่ชัดเจน การทำร้ายร่างกาย การกระทำโดยประมาท เพื่อให้สำนวนมีความแน่นหนา โดยสำนักงานอัยการสูงสุดตั้งกรรมการขึ้นมา เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดย 20 ประเด็นดังกล่าว ตนคาดว่าเป็นประเด็นทำลายหลักฐานว่ามีการทำลายอย่างไร การตรวจแอลกอฮอล์ เส้นผมต่างๆ เพื่อให้ทุกอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตำรวจทำคดีเพียงพอแล้ว แต่เมื่ออัยการมีข้อสงสัยก็สามารถสั่งให้สอบจนสิ้นข้อสงสัยได้ เพื่อไม่ให้ศาลยกฟ้อง ซึ่งการสอบเพิ่มนั้นไม่มีกรอบระยะเวลา แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องเร่งกระบวนการ

“ทั้งนี้ ตนไม่กังวลใจแต่อย่างใด และขอบคุณพนักงานอัยการที่คอยตรวจสอบ รวมถึงถ่วงดุลการทำงานของตำรวจ เชื่อว่าสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้แน่นอน คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์ อาจได้ทราบว่าต้องสอบอะไรใครเพิ่ม ซึ่งจำนวน 20 ประเด็นนั้นถือว่าเยอะหากเทียบกับคดีอื่นๆ ซึ่งที่ต้องสอบมากขนาดนี้เป็นเพราะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่ทางอัยการคงไม่เรียกกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่าง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ หรือนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าไปสอบปากคำเพิ่ม เนื่องจากไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องในคดี ประกอบกับหากทางอัยการเรียกก็คงไม่กล้าไป เนื่องจากถ้าให้ความเท็จกับทางอัยการก็มีความผิด” นายเดชากล่าว
นายเดชากล่าวอีกว่า การที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มนั้นไม่ใช่การรื้อทำคดีใหม่ แต่เป็นการสอบเพิ่มในคดี ซึ่งไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของตน เพราะทางตำรวจก็มีข้อจำกัดในการทำงานและทำเต็มที่แล้ว
ส่วนที่สื่อสังคมออนไลน์ใช้คำว่าตีกลับสำนวนนั้น การตีกลับคือส่งสำนวนคืน แต่ในครั้งนี้ สำนวนยังอยู่ที่อัยการ ตำรวจเพียงสอบเพิ่มเท่านั้น ส่วนเรื่องการชันสูตรคิดว่าอัยการคงไม่สั่งให้ชันสูตรเพิ่ม เพราะมีการชันสูตรถึง 2 ครั้งแล้ว ส่วนจำนวนบาดแผลนั้นอาจมีการสอบเพิ่ม ซึ่งแต่ละที่ที่ทำการชันสูตรนั้นมีวิธีการนับจำนวนบาดแผลต่างกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่มีนัยสำคัญต่อรูปคดีแต่อย่างใด เนื่องจากความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้นสิ่งสำคัญคือการกระทำประมาทอย่างไร และส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอย่างไร ส่วนประเด็นตกเรือหัวหรือท้ายเรือนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากแตงโมเสียชีวิตนั้นไม่มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด

นายเดชากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีหลักฐานของนายอัจฉริยะ ตนยังไม่ทราบว่าเป็นหลักฐานอะไร หากมีจริงก็ดี แต่หากไม่มีจริงก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนกรณีที่มีกระแสว่ามีผู้ขโมยศพแตงโมไป ตนเคยเห็นจากรับชมภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่ไม่เคยได้พบในชีวิตจริง และไม่เชื่อว่าจะมีการขโมยศพ แต่หากมีหลักฐานก็สามารถแจ้งมาทางตนได้ อย่านำไปลงยูทูบเลย เท่านี้คนติดตามก็มากพอแล้ว ส่วนทาง นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม ก็ขอบคุณทางอัยการเช่นกัน เพื่อให้เรื่องนี้กระจ่างชัดเจน ซึ่งทางนางภนิดาก็ยืนยันว่าจะเผาร่างแตงโมตามกำหนดการเดิมในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้
“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนจะมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความนายอัจฉริยะที่ สน.โคกคราม เนื่องจากระบุในรายการโหนกระแสว่าตนใช้รถยนต์เถื่อนทะเบียนปลอม และแพ้คดีความ 6 คดี, รวมถึงจากนี้จะแจ้งความดำเนินคดี ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย เรื่องเปิดเผยความลับลูกความ ซึ่งส่งผลให้ตนเสียหาย และดาราอีกคน รวมถึงนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยอีกด้วย ซึ่งประเด็นที่มีการอ้างว่านายอัจฉริยะถูกลอบสังหารตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง และไม่ทราบว่าต้องการอะไร หากสิ่งที่กล่าวอ้างเป็นเรื่องจริง ก็ควรแจ้งความ” นายเดชากล่าว
นายเดชากล่าวอีกว่า การที่นายอัจฉริยะยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าเป็นการฆาตกรรมอำพราง คิดว่าทางดีเอสไอก็คงไม่รับ เพราะการสอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งเรื่องที่ร้องเรียนนั้นหากไม่เป็นความจริงก็เป็นการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน นอกจากนี้ สำหรับ 20 ประเด็นที่ตำรวจต้องสอบเพิ่มก็คงไม่สามารถเปลี่ยนจากการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นการฆาตกรรมได้ แต่จะทำให้สำนวนคดีมีความรัดกุมมากขึ้น


