ผู้การนิติเวช ตร. รับเสียกำลังใจ ‘ปม’คลิปผ่าร่างแตงโม โดนดิสเครดิต เสียหายต่อองค์กร

10.05.22 | 14:50 น.

ผู้การนิติเวช ตร. รับเสียกำลังใจ ‘ปม’คลิปผ่าร่างแตงโม โดนดิสเครดิต เสียหายต่อองค์กร ส่วนสารอัลปราโซแลม นั้นคลายเครียด สื่อสารผิดเป็น ยาเสียสาว


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.นต.รพ.ตร. เปิดเผยว่า คลิปวิดีโอที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำไปเผยแพร่ โดยอ้างว่าเป็นภาพการนำศพของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม มาเปรียบเทียบกับใบพัดเรือนั้น เป็นเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ ทีมแพทย์นิติเวช นำร่างของแตงโมจากห้องเย็นไปผ่าพิสูจน์ ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ให้มีการเปรียบเทียบร่องรอยบาดแผลของศพ กับใบพัดเรือของกลาง ว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยใช้สถานที่ 1 ใน 3 ห้องผ่าศพ ที่อยู่ในบริเวณสถาบันนิติเวช ซึ่งห้องดังกล่าว เป็นห้องสำรอง ไว้สำหรับฉีดยา บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้ และมีการดำเนินการในวันเวลาราชการ ซึ่งขณะผ่าชันสูตร มีการบันทึกทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ จากทีมชันสูตร 4 คน ประกอบด้วย แพทย์เจ้าของคดี 1 คน ผู้ช่วยแพทย์ 1 คน และช่างภาพ 2 คน ไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยตั้งแต่สถาบันนิติเวชฯ รับศพแตงโม เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการแกะห่อศพ แล้วบันทึกภาพกว่า 200 ภาพ โดยพบว่า บนร่างของแตงโม มีบาดแผล 26 บาดแผล ก่อนนำไปผ่าชันสูตรอีกครั้ง ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พบว่า มีบาดแผลเพียง 22 บาดแผล ซึ่งคาดเคลื่อนนั้น เป็นที่ยอมรับได้ในทางการแพทย์ เพราะระยะเวลาผ่าชันสูตรห่างกันถึง 19 วัน

พล.ต.ต.สุพิไชย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการนำคลิปไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้มีการปกปิด เพราะเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประกอบสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ออกจากสถาบันนิติเวชฯ โดยข้อมูลนี้ จะส่งต่อให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับผิดชอบสำนวนคดีเท่านั้น ส่วนจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ต้องดูที่เจตนา แต่ขณะนี้ยอมรับว่าเกิดความเสียหายกับองค์กร ซึ่งหากพบว่าเป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ ก็ต้องพิจารณาข้อกฎหมายอีกครั้ง แต่ยอมรับว่า เสียกำลังใจ เพราะทุกคนทำงานตามมาตรฐาน และไม่ได้ปกปิดข้อมูล โดยที่ผ่านมา องค์กรไม่มีความขัดแย้ง โดยมีแนวทางและเจตนาเดียวกัน ที่จะทำให้คดีคลี่คลาย ส่วนกรณีพบสารอัลปราโซแลม ในตัวบุคคลบนเรือเพศชาย ยืนยันว่า ยากลุ่มดังกล่าว มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยมีฤทธิ์คลายกังวล หรือคลายเครียด ใช้ในการรักษาโรคเครียด ลมชัก นอนไม่หลับ ไม่มีคุณสมบัติกระตุ้นทางเพศ แต่หากใช้ในปริมาณมาก อาจทำให้ผู้ใช้ง่วงนอน ส่วนที่เรียกกันว่า ยาเสียสาวนั้น เชื่อว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด

 

Advertisement