‘บิ๊กโจ๊ก’ ประสานช่วย 2 เหยื่อคนไทยแก๊งคอลฯกลับปท.สำเร็จหลังแม่ร้องผ่านสื่อนายจ้างขู่จับโยนให้สิงโต

10.05.22 | 17:20 น.

“บิ๊กโจ๊ก” ประสานช่วย 2 เหยื่อคนไทยแก๊งคอลฯกลับปท.สำเร็จหลังแม่ร้องผ่านสื่อนายจ้างขู่จับโยนให้สิงโต -เผยผลสรุปช่วยเหลือคนไทยแล้วกว่า 800 ราย


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง NGOs และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมารับตัวน.ส.สตรีรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี บุตรสาว และน.ส.ธนกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เพื่อนของบุตรสาว เหยื่อคนไทยพร้อมกับคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกรวม 5 คน โดยเหยื่อทั้งหมดเดินทางกลับถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัยแล้ว ผ่านจุดตรวจผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยจะได้เข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อ และมาตรการควบคุมโรคต่อไป

สำหรับการช่วยเหยื่อทั้งสองเนื่องจากนางนิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.โคกเหล็ก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ร้องขอความช่วยเหลือมายัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้ช่วยเหลือบุตรสาวและเพื่อนของบุตรสาว ซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาและถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงคนไทย หากปฏิเสธก็ถูกนายจ้างข่มขู่ จะจับโยนให้สิงโตที่เลี้ยงอยู่ในที่กักขังทำร้าย ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ประสานงานขอความช่วยเหลือไปยัง พล.ต.ต. ออง ลีฮัว รอง ผบก.จว.บันเตียเมียนเจย ให้เข้าช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปผลการปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกเครือข่ายค้ามนุษย์หลอกไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา 1.โดยช่องทางการช่วยเหลือ 1.1 จุดตรวจถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวน 13 ครั้ง รวม 721 คน 1.2 จุดตรวจถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จำนวน 13 ครั้ง รวม 59 คน รวมช่วยเหลือคนไทยแล้วทั้งสิ้น 26 ครั้ง 780 คน  2. การดำเนินคดีในความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.1 ผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ 219 ราย 2.2 มีการขยายผลดำเนินคดีทั้งหมด 20 คดี 2.3 ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 82 หมายจับ, 66 ราย เป็นสัญชาติไทย 48 ราย, ต่างชาติ (จีน, กัมพูชา) 18 ราย 2.4 จับกุมแล้ว/อายัดผู้ต้องหาแล้ว 33 หมายจับ, 27 ราย 2.5 อยู่ในระหว่างติดตามจับกุม 49 หมายจับ, 39 ราย นอกจากคดีค้ามนุษย์แล้ว ยังมีการขยายผลดำเนินคดี ออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนำพาคนไทยข้ามแดนไปทำงานผิดกฎหมาย ในประเทศกัมพูชา รวม 37 คดี ออกหมายจับ 107 หมาย, ผู้ต้องหา 19 ราย (จับกุมแล้ว 30 หมายจับ, ผู้ต้องหา 11 ราย) คงเหลือ 8 ราย 77 หมายจับ โดยดำเนินคดีผู้ต้องหาในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 82) มาตรา 62 คนหางานซึ่งเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางออกไปโดยผ่านทางด่าน ตรวจคนหางานและต้องยื่นรายการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่อธิบดีประกาศ กำหนด ณ ด่านดังกล่าว ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 87) มาตรา 66 การโฆษณาการจัดหางานให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 88)

Advertisement

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เหยื่อคนไทยที่ช่วยเหลือออกมาพร้อมกันนี้มีการประสานการช่วยเหลือร่วมกับเจ้าหน้าที่กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ประชุมหารือแนวทางปฏิบัติร่วมกันกับ ผบ.ตร.ประเทศกัมพูชา เพื่อกวาดล้างกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาแล้วจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีการออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มนายหน้าและผู้นำพาคนไทยลักลอบข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งกลุ่มที่ใช้สื่อโซเชียลในการประกาศรับสมัครงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน และหลอกลวงเหยื่อไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย แม้ว่าผู้ต้องหาที่เหลือจะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศไทยอย่างแน่นอน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่านอกจากนี้ยังมีคดีที่น่าสนใจ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก ออกตรวจพื้นที่และจับกุมชาวกัมพูชานำพาคนไทย 2 ราย ลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา พร้อมของกลางบัญชีของผู้อื่นซึ่งนำมาใช้ในการกระทำความผิด 6 บัญชี โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่องและซิมโทรศัพท์มือถือ 23 หมายเลข โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ