ตร.ไม่มีคำสั่งแบน ‘ลาซาด้า’ เข้าใจทำการตลาดแต่อย่าทำสุ่มเสี่ยงอีก บช.ก.ตั้งทีมทำคดี

11.05.22 | 12:24 น.
แฟ้มภาพ

รองโฆษกตร. เผยไม่มีคำสั่งแบน ‘ลาซาด้า’ ยันไม่เลือกปฏิบัติ เตือนอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยง บช.ก.ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนแล้ว 


เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับเเพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ ลาซาด้า หลังมีการจัดทำแคมเปญโฆษณา ลักษณะล้อเลียนผู้พิการ และพาดพิงสถาบันเบื้องสูง

พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งให้ติดตามบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตั้งแต่ทราบว่ามีการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าวออกไป เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการนำเสนอสินค้า ที่มีเนื้อหาพาดพิงไปยังบุคคลที่มีอาการเจ็บป่วย มีความบกพร่องหรือความไม่เท่าเทียม โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ข้อหา คือ มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะมีข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยทาง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมา และดำเนินการสอบปากคำตัวแทนจากศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ (ศปปส.) และได้ประสานงานกับทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ให้ตรวจสอบและทำการปิดกั้น URL (ที่อยู่เว็บไซต์) ที่นำเสนอเนื้อหาไม่เหมาะสมดังกล่าวไปแล้ว 49 URL ทั้งลิงก์ที่นำไปโพสต์และเผยแพร่

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอย่างน้อย 3 ราย ทั้งบริษัทผู้ผลิตเนื้อหา, บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มที่เป็นผู้เผยแพร่ รวมถึงตัวนักแสดง ซึ่งก็จะต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน และนำคำให้การมาประกอบพยานหลักฐานว่าใครจะเข้าข่ายความผิดอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ผู้เสพสื่อออนไลน์เห็นอยู่แล้วว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ แม้บริษัทผู้ผลิตเนื้อหาจะมีการออกแถลงการณ์แล้วแต่เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น โดยเฉพาะความผิดที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายเรื่องความมั่นคง ก็ต้องดำเนินตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทอาจทำเพื่อการตลาด แต่ก็ต้องดูเรื่องสิทธิและหน้าที่ด้วย อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง

Advertisement

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ 3 เหล่าทัพ มีการออกคำสั่งไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวนั้น ในส่วนของ ตร. ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกคำสั่งดังกล่าว เพราะตำรวจ ถือว่ามี 2 สถานะ คือ ผู้บังคับใช้กฎหมายและประชาชนทั่วไป ซึ่งในฐานะประชาชนทั่วไป ก็ต้องให้พิจารณาไตร่ตรองเอาเองว่าจะปฏิบัติอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงไม่ถึงขั้นต้องมีคำสั่งไปห้ามปราม