เจออีก!ลักลอบขาย “ลูกเสือโคร่ง” มูลค่าหลักแสน กรมอุทยานฯ ล่อซื้อ 2 ตัว พร้อมนกเงือก-กาฮัง ส่งฟันดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการประสานจาก บก.ปทส. ว่าพบบุคคลมีการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองผิดกฏหมาย จึงดำเนินการล่อซื้อจับกุม ซึ่งเบื้องต้นสืบทราบว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ชนิดนกเงือก และพบว่าผู้ลักลอบค้าเป็นพ่อค้ารายใหญ่ โดยมีสถานที่จัดเก็บบริเวณบ้านเลขที่ 296 หมู่ 17 ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จึงขอประสานกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และชุดเหยี่ยวดง เข้าร่วมปฏิบัติการดังกล่าว

ทั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย 1. ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) 2. ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า 3. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) 4. กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5. สถานีตำรวจภูธรโนนสูง จ.นครราชสีมา
โดยได้ร่วมกันวางแผนจับกุม เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมายังสถานที่ดังกล่าวข้างต้น พบบุคคลเป็นชาย จำนวน 1 คน รับเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น โดยจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน คือนายเคียง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวนพวกนก และจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได่แก่ นกกาฮัง จำนวน 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง จำนวน 2 ตัว ลูกเสือ จำนวน 2 ตัว(รวม 3 ชนิด 10 ตัว) พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด เป็นกล่องเดินทางสำหรับใส่สัตว์ จำนวน 2 กล่อง และกรงเหล็กขนาดใหญ่ จำนวน 3 กรง


ทั้งนี้นายเคียง ให้ถ้อยคำว่า สัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง ได้ซื้อมาจากบุคคล ซึ่งอยู่ที่ กทม.โดยนกกาฮัง ซื้อมาตัวละ 6,000 บาท นกเงือกกรามช้าง ซื้อมาตัวละ 8,000 บาท และลูกเสือโคร่ง ในราคาตัวละ 150,000 บาทและได้นำมาส่งให้กับตนยังสถานที่เกิดเหตุ และตนได้นำมาขายต่อให้กับคณะเจ้าหน้าที่ (สายลับ) คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วจึงมีความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของเคียงกรณีมีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังกล่าว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด โดยไม่มีหลักฐานการอนุญาตให้ค้า ครอบครอง และเพาะพันธุ์ ของทางราชการ และนำไปประกาศขาย


มีความผิดดังนี้ 1. มาตรา 17 ฐาน “มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี” มีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. มาตรา 29 ฐาน “ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษตามมาตรา 89 จำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบมาตรา 112 และ มาตรา 116 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงควบคุมตัวนายเคียงเป็นผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวข้าวต้น พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโนนสูงต่อไป โดยสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดนกกาฮัง จำนวน 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง จำนวน 2 ตัว และลูกเสือโคร่ง จำนวน 2 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำความผิดดังกล่าว ขออนุมัติพนักงานสอบสวนรับไปส่งมอบให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กรมอุทยานฯ ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด


