บช.น. รับมือ 7 ม็อบ 19-20 พ.ค. ย้ำการชุมนุมยังผิด 2พ.ร.ก. ‘ฉุกเฉิน-โรคติดต่อ’

19.05.22 | 12:15 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงข่าวตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสถานการณ์ การชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง ว่า สำหรับวันที่ 19 พฤษภาคม มีกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมด 7 กลุ่ม โดยมีกลุ่มที่พักค้างแรม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคณะปฏิรูปยุทธศาสตร์แห่งราชอาณาจักรไทยสยาม (คปยส.) บริเวณใต้สะพานพระราม 8 และ กลุ่มสภาประชาชนแห่งชาติ สภาประชาชนแห่งโลก บริเวณหน้าสถานทูตรัสเซีย ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมในจุดอื่น มีจำนวน 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มผู้ชุมนุมชาวยูเครน บริเวณสถานทูตรัสเซีย เวลา 14.00 น., กลุ่มเส้นทางสีแดง และกลุ่มแนวร่วมบริเวณแยกราชประสงค์ เวลา 17.00 น., กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร บริเวณเรือนจำกรุงเทพ เวลา 17.00 น., กลุ่มพลเมืองโต้กลับ บริเวณหน้าศาลฎีกา เวลา 17.30 น. และกลุ่มทะลุคุก บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 18.00 น. ส่วนวันที่ 20 พฤษภาคม จะมีการชุมนุมกลุ่มคาร์ม็อบ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงศาลอาญา และเวลา 15.00 น. ตั้งแต่ศาลอาญา ถึงหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนการปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมทุกจุดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด ซึ่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 จนถึงปัจจุบันมี มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 840 คดี ขณะนี้ได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 482 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน 358 คดี


พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บช.น. ขอย้ำเตือนไปยังผู้ที่คิดก่อเหตุความไม่สงบ และผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมโดยผิดกฎหมายว่า หากมีการก่อเหตุสร้างความเสียหายสร้างความเดือดร้อนในบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวทุกราย และขอเน้นย้ำว่าการชุมนุม หรือการรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรคนั้น ยังคงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามข้อกำหนดออกความตามมาตรา 9  แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 29 เมษายน 2565, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการร่วมกิจกรรมการชุมนุมต่างๆ เพื่อความสงบสุขและความปลอดภัยโดยรวมของประเทศชาติและประชาชน