โฆษกบช.น. เผยอายัดตัวหนุ่มคลั่งพบสารเสพติด หลังทำร้ายพนง.ร้านอาหาร ชิงแท็กซี่ สลด!พบร่างพลเมืองดีแล้ว

19.05.22 | 12:55 น.

โฆษ กบช.น. เผยอายัดตัวหนุ่มคลั่งพบสารเสพติด หลังทำร้าย พนง.ร้านอาหาร ย่านพระราม 3 ชิงแท็กซี่ พบศพพนักงานที่เกาะหลังรถในแม่น้ำแล้ว


จากกรณี ชายนิรนาม อายุประมาณ 35-40 ปี เกิดอาการคุ้มคลั่งเข้าไปทำร้ายร่างกายเด็กรับรถ ร้านอาหารบุหลันดั้นเมฆ บนถนนพระราม 3 ปากซอย 60 จากนั้นวิ่งหลบหนีไปชิงทรัพย์ รถแท็กซี่สาธารณะ ซึ่งคนขับแวะปัสสาวะข้างทางแล้วติดเครื่องไว้ ก่อนจะขับไป ขณะนั้นเด็กรับรถเกาะหลังรถ จนรถจอดกลางสะพานพระราม 3 และกระโดดจากสะพานลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.บางโพงพาง สืบทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุรายนี้คือ นายปาน กรวิรัตน์ อายุ 39 ปี โดยเบื้องต้นเจ้าตัวไม่ได้มีอาการบาดเจ็บใดๆ แต่ยังอยู่ในอาการคุ้มคลั่ง พูดจาไม่ได้ศัพท์ จึงอายัดตัวไว้ที่ รพ.ตำรวจ เพื่อรอดำเนินการแจ้งข้อหา

จากการสอบสวน น.ส.สุพรรษา พงษ์สม อายุ 41 ปี เจ้าของร้านบุหลันดั้นเมฆ ซึ่งเดินทางมาที่ สน.บางโพงพาง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนพดล หรือวิว พิมพ์ดี อายุ 30 ปี เด็กรับรถร้านของตน กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ลานจอดรถ จู่ๆ นายปาน ซึ่งก่อนหน้านั้นนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่ร้านลาบไม่ไกลกัน ได้เดินถือขวดเบียร์ พยายามเข้ามาในร้านอาหารของตน นายนพดล เห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไปขัดขวางไม่อนุญาตให้เดินเข้าไปภายในร้าน แต่นายปานกลับใช้ขวดเบียร์ที่ถือมาด้วย ฟาดใส่หัว นายนพดล จนศีรษะแตก จากนั้นได้วิ่งออกจากร้านไปชิงทรัพย์รถแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างถนน ส่วนนายนพพลวิ่งตามไปเกาะที่บริเวณท้ายรถ กระทั่งระหว่างทางรถแท็กซี่ได้เฉี่ยวชน ทำให้นายนพดล ตกจากรถ เบื้องต้นถูกพลเมืองดีนำส่ง รพ.เลิดสิน ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เคยเห็นหรือรู้จักกับนายปานมาก่อน เชื่อว่าไม่เคยมาใช้บริการที่ร้าน และที่สำคัญไม่ได้เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครในร้านมาก่อน

Advertisement

ต่อมาเวลา 10.50 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ก่อเหตุรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ จากการตรวจสอบพบว่า มีสารเสพติดในร่างกาย และหากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนตัวพนักงานที่ตกน้ำไป ขณะนี้ยังไม่พบร่าง หากมีความผิดเพิ่มเติมก็จะแจ้งข้อหาต่อไป

ต่อมามีรายงานว่า มูลนิธิปอเต็กตึ้งได้พบร่างนายนพดล หรือวิว กลางแม่น้ำเจ้าพระยาใต้ช่วงสะพานพระราม3 แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ หลังจากเพื่อนร่วมงานตามหาทั้งคืน โดยน.ส.สุพรรษา ได้เดินทางมาบริเวณช่วงใต้สะพานพระราม 3 ภายหลังพบร่างนายนพดลที่บริเวณดังกล่าว และเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อตนเดินทางไปที่ สน.บางโพงพาง ได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนว่า นายนพดล ตกจากท้ายรถแท็กซี่ และมีพลเมืองดีนำส่งที่ รพ.เลิดสิน แต่เมื่อลองโทรศัพท์ไปสอบถามกับทางโรงพยาบาล พบว่าไม่ใช่ นายนพดล แต่เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากการขับรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำด้วยตนเอง บนถนนพระราม 3 ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด จากนั้นตนจึงลองโทรศัพท์ไปสอบถามที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งทั้ง 2 แห่งยืนยันว่า ไม่มีการนำตัว นายนพดลไปส่งรักษาที่ไหน จึงได้แต่ภาวนาให้ นายนพดล มีชีวิตรอด ซึ่งท้ายที่สุดปฏิหาริย์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันและมีหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานพระราม 3 ว่านายปาน ขับรถแท็กซี่ขึ้นสะพาน โดยมีนายนพดลเกาะอยู่บริเวณด้านท้าย ก่อนที่นายปาน จะสะบัดตัวถังข้างซ้ายใส่ขอบสะพาน ทำให้ร่างนายนพดล ตกลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจนเสียชีวิตในที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่แพทย์แผนกฉุกเฉิน รพ.ตำรวจ รับตัว นายปานเข้าทำการรักษานั้น เบื้องต้นเจ้าตัวยังมีสติสื่อสารได้ แต่พูดจาไม่รู้เรื่อง สภาพตามร่างกายภายนอกไม่พบบาดแผลใดๆ กระทั่งตกดึก เจ้าตัวเริ่มมีไข้ขึ้นสูงถึง 39 องศา ผลตรวจเม็ดเลือดแดงแตกตัวอย่างมากและค่าไตต่ำผิดปกติ ประกอบกับพบกล้ามเนื้อภายในได้รับการกระทบกระเทือนมาก คาดว่าอาจเกิดจากการกระโดดจากสะพานพระราม 3 และตกกระแทกพื้นน้ำด้วยความสูงไม่ต่ำกว่า 20 เมตร ส่งผลให้นายปานหมดสติ จนต้องส่งต่อเข้าไปรักษาในห้องไอซียู ขณะนี้อาการทรุดหนัก ไม่สามารถสื่อสารหรือให้การใดๆ ได้ แพทย์คาดอาจต้องใช้เวลารักษาในถึง 2-3 วัน หากอาการไม่ทรุดหนักจนถึงแก่ชีวิตไปเสียก่อน

พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.บางโพงพาง เปิดเผยว่า เบื้องต้น แจ้งข้อหา 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ลักทรัพย์ในเวลา และ เสพสารเสพติด ซึ่งยังไม่ได้ระบุชนิด

ส่วนอาการของผู้ต้องหา ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู อาการสาหัส มีอาการไตวาย คาดมาจากการเสพสารเสพติดมากเกินไป ได้รับการกระทบกระเทือน อาการเป็นตายเท่ากัน

ทั้งนี้กรณีที่เกิดขึ้น ตำรวจไม่รู้ว่าพลเมืองดีตกไปในน้ำ แต่ได้รับแจ้งจากกู้ภัยว่า พลเมืองดีคนหนึ่งสูญหายไป ก่อนจะได้รับการแจ้งว่า อยู่รพ.เลิดสิน เนื่องจากตอนนั้นมีอุบัติเหตุซ้อนทางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าใจผิด พอตรวจแล้วไม่ใช่ ตำรวจจึงขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพาน แต่เนื่องจากห้องควบคุมปิด จะตรวจได้ตอนเช้า

จากนั้นจึงสอบถามคนในพื้นที่ มีคนให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงของตก บางคนก็บอกได้ยินเสียงคนตก ข้อมูลจึงสับสน จากนั้นได้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาขับรถสะบัด ชนแบริเออร์ ทำให้พลเมืองตก จึงเร่งประสานมูลนิธิค้นหา ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย

อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างของพลเมืองดีที่เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช โดยญาติจะรับร่างไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดด่านพระราม3 ในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 วัน