‘ศรีสุวรรณ’ จี้ใช้แนวทางภูทับเบิกรื้ออาคารบุกรุกหาดหัวหิน ข้องใจล่าช้า 2 ปีแต่ไร้คำชี้แจง

26.10.16 | 10:50 น.

วันที่ 26 ตุลาคม นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน    เปิดเผยว่า    จากการติดตามความคืบหน้ากรณีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อรื้อถอนอาคาร 40 หลัง  บุกรุกชายหาดหัวหินความยาว  400 เมตร บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลา เขตเทศบาลเมืองหัวหิน    ซึ่งเดิมศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาฎีกา เมื่อปี 2557 และต่อมาเทศบาลหัวหินส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้บุกรุก 9 รายที่มีคำสั่งศาลพิพากษาถึงที่สุดตาม พรบ.ควบคุมอาคาร 2522  และ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456 เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งให้รื้ออาคารภายใน  30  วัน  และชำระค่าปรับรายวันตามคำสั่งศาล ตามระยะเวลาที่บุกรุก   ล่าสุดพบว่าขณะนี้ยังไม่มีการรื้อถอนอาคารบุกรุกชายหาด  ที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างชัดเจน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ชี้แจงเหตุผลการดำเนินการล่าช้าหลังศาลสั่งคดีถึงที่สุดนาน 2 ปี

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้มีอำนาจหน้าที่ควรกำหนดระยะการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายใน 6เดือนหรือช้าที่สุดต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากนี้เป็นต้นไป โดยใช้กฎหมายปกติและเร่งรัดการใช้กฎหมายพิเศษ  ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มผู้บุกรุก เจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการชุดดังกล่าว อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ( พรบ.)  ป.ป.ช  .2542  และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะเกาะติดและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของจังหวัดและกรรมกาชุดนี้อย่างต่อเนื่อง  และถึงที่สุดผู้มีอำนาจในระดับจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่  อ.หัวหิน ต้องเร่งรัดการบังคับคดี  เช่นเดียวกับการรื้อรีสอร์ทที่ภูทับเบิก โดยยึดคำพิพากษาเป็นหลักและ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องกลัวความผิด

ด้านนางหัทยา ฮีกหาญ  เจ้าของอาคารริมหาดหัวหิน  พร้อมชาวบ้าน 21 ราย ได้เดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม  เพื่อขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กรณีเทศบาลเมืองหัวหินมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ภายใน30 วัน  ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร 2522  หากไม่เห็นให้โต้แย้งภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือ  ล่าสุดเทศบาลยังไม่มีหนังสือแจ้งให้ทราบแต่อย่างใด  นอกขากนั้นชาวบ้านเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือเทศบาลเมืองหัวหิน หรือจากการข่มขู่ คุกคามเสรีภาพ จากผู้มีอิทธิพลภายนอก   ทั้งนี้ชาวบ้านยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งที่ยุติธรรม จากหน่วยงานงานราชการ   เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ดังกล่าวทราบว่ามีคำสั่งศาลเมื่อคดีถึงที่สุด   พบว่าไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์