ศบค.ปลดล็อกผับ-บาร์-โอเกะ 31 จว. นั่งดริงก์ได้ถึงเที่ยงคืน

21.05.22 | 07:35 น.

ศบค.ปลดล็อกผับ-บาร์-โอเกะ 31 จว. อั้นดริงก์ได้ถึงเที่ยงคืน

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ว่า ที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบตามที่ สธ.เสนอปรับระดับพื้นที่สถานการณ์และมาตรการป้องกันควบคุมโรคแบบบูรณาการ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จะเพิ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก 12 จังหวัด เป็น 17 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) ที่กำหนดขึ้นใหม่ จำนวน 14 จังหวัด ทำให้พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 65 จังหวัด เหลือ 46 จังหวัด

สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสีเขียว 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท พิจิตร อ่างทอง น่าน มหาสารคาม ยโสธร นครพนม ลำปาง บุรีรัมย์ ตราด สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อุดรธานีและอำนาจเจริญ พื้นที่สีฟ้า 17 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ กระบี่ กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย นครราชสีมา นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระยอง สงขลา (จังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่)
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นอกจากนี้พื้นที่สีฟ้าและสีเขียว รวม 31 จังหวัด ผ่อนปรนให้สถานประกอบการคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เปิดบริการได้ เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป แต่การจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องไม่เกิน 24.00 น.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ยังได้ปรับมาตรการเพื่อเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยทางอากาศมีตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงปรับลดการตรวจดังนี้ ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบที่จะเดินทางเขาไทย ให้แสดงผล Professional ATK หรือ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ยกเลิกการกักตัว ในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือไม่มีการตรวจ โดยเมื่อเดินทางมาถึงสามารถตรวจ Professional ATK ได้ที่สนามบิน เพื่อที่จะให้การบริหารที่สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนการปรับการลงทะเบียน thailand pass ให้ลงทะเบียนก่อนเข้ามาเฉพาะชาวต่างชาติ ส่วนคนไทยไม่ต้องลงทะเบียน เพราะจะมีระบบตรวจสอบได้ และมีการปรับรูปแบบการลงทะเบียนให้ง่ายขึ้น แต่ยังให้มีการประกันสุขภาพที่ 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐเพราะการประกันสุขภาพ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากกรณีมาเจ็บป่วยที่ประเทศไทย