“ชาวราไวย์” ร้อง “บิ๊กต๊อก” ช่วย 3 เรื่อง รอง ปลัด ยธ.รับหนังสือยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย 25 ก.พ.ลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสนิท แซ่ซั่ว แกนนำชาวเลหาดราไวย์ และตัวแทนชาวเล จ.ภูเก็ต เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาของชาวเลอย่างยั่งยืน โดยในหนังสือดังกล่าวยังแนบประวัติชุมชนชาวเลหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต และการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณด้านข้างชุมชนหาดราไวย์ด้วย โดยมีนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษ ยธ. เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือ

นายสนิทกล่าวว่า จากกรณีชายฉกรรจ์กว่า 100 คน บุกเข้าทำร้ายชาวเล ชุมชนบ้านราไวย์ และนำรถบรรทุกก้อนหินขนาดใหญ่มาเทปิดเส้นทางเข้าและออกของชุมชน จนเป็นเหตุให้ชาวเลได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน ทั้งที่พื้นที่บริเวณหาดราไวย์เป็นที่อยู่อาศัย ทำกิน ของชาวเลมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมากว่า 7 ช่วงอายุคน หรือกว่า 300 ปี โดยมี 3 ชนเผ่า คือ มอแกน มอแกลน และอุรักราโว้ย อาศัยรวมกัน 252 หลังคาเรือน 2,063 คน ดังนั้น เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงกับความจริง จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดำเนินการ คือ 1.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดีที่ดินชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ และที่ดินที่ชาวเลพิพาทกับบริษัทบารอน เป็นคดีพิเศษเพื่อให้มีอำนาจในการสืบสวนได้ตามกฎหมาย 2.ขอให้เร่งดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้มีอิทธิพลและชายฉกรรจ์กว่า 100 คนที่ทำร้ายชาวเล ตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล อั้งยี่ ซ่องโจร และ 3.ขอให้เร่งเข้าเยียวยาชาวเลที่ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำร้ายร่างกาย จำนวน 34 คน รวมทั้งทรัพย์สินและเครื่องประมงที่เสียหาย

นายธวัชชัยกล่าวว่า วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม จะนำคณะทำงานลงพื้นที่หาดราไวย์เพื่อตรวจสอบขอเท็จจริง ในกรณีที่ชาวเลบ้านราไวย์ถูกทำร้ายร่างกาย และเรื่องที่ดินที่มีข้อพิพาทอยู่ ว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากภาคเอกชนก็มีเอกสารสิทธิ แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้วคือดีเอสไอ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ตรวจอัตลักษณ์ พิสูจน์ดีเอนเอ จากโครงกระดูกมาแล้ว ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าชาวเลอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ส่วนเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบก่อน

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า แต่กระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องที่ดินขอให้ดำเนินการถอนเอกสารสิทธิ์และออกเอกสารสิทธิให้กับชาวเล ซึ่งเราจะต้องดูว่ายังติดขัดอยู่ตรงไหน ส่วนเรื่องที่ชาวเลถูกทำร้ายจะต้องดูว่าเกิดเหตุลักษณะอย่างไร ซึ่งคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย หากชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ กองทุนยุติธรรมก็มีเรื่องค่าทนายความ ซึ่งชาวบ้านต้องมีค่าใช้จ่าย ทางกระทรวงยุติธรรมก็จะให้ทางกองทุนยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ก็จะพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนยื่นหนังสือ ทางกลุ่มตัวแทนชาวเล ทั้งชาวเลชนเผ่ามอแกน มอแกลน และอุรักลาโว้ย ได้แสดงรองเง็ง ให้กับสื่อมวลชนได้ชม พร้อมถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความธรรม ที่บริเวณลานชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคาร เอ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้20หน่วยงานประชุมถกแก้หนีทุน-‘วิษณุ’ จี้ปรับสัญญาค้ำประกัน-ผูกโยงลาออกราชการ
บทความถัดไปชีวิตที่ไม่ดราม่าแบบ ‘มาร์กี้’